และแล้วก็ถึงเวลาที่เอสึเกะจะต้องจากไปโตเกียวอีกครั้งเมื่อลูกได้ขวบกว่า ๆ
ระหว่างนี้อางูริจึงง่วนกับการเลี้ยงลูกอยู่ที่โอกายามะต่อไปโดยปัญหาเดิม ๆ
ก็ยังคงอยู่นั่นคือ การแย่งกันเลี้ยงลูกกับแม่สามี วันหนึ่งอางูริตื่นมาถึงกับ
ตกอกตกใจเมื่อไม่เห็นลูก ได้แต่วิ่งตามหาไปทั่วบ้าน ก็ได้ความว่าท่านแม่
พาออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า เธอถึงกับกระวนกระวายอยู่ไม่สุขทั้งวัน เพราะ
กว่าท่านแม่จะพากลับมาก็ปาไปมืดค่ำแล้ว พออยากจะแสดงความคิดเห็น
ออกไป ท่านแม่ก็ออกอาการไม่ค่อยพอใจอีก ก็เลยต้องได้แต่กล้ำกลืน
เอาไว้

 

 

 

แล้วคืนนั้นจุนโนะสึเกะก็ร้องไห้จ้า เล่าเอาอางูริไม่ได้หลับได้นอนต้องลุก
ขึ้นมาโอ๋ลูกกลางดึก เสียงเด็กร้องดังไปถึงห้องท่านแม่ ท่านแม่จึงได้แต่งตัว
ลุกออกมาจากห้องนอน พอมาถึงก็จับตัวหลานดูเห็นรุม ๆ จึงได้คว้าตัวไป
อุ้มไว้แล้วบอกว่าคืนนี้จะเอาจุนโนะสึเกะไปดูแลต่อที่ห้องเอง อางูริฟังแล้ว
ตกตะลึง พอได้สติก็วิ่งตามไปคว้าตัวลูกคืนมาจากแม่สามี พร้อมกับพูดเสียง
ดังว่าเธอเป็นแม่ เพราะฉะนั้นจะขอดูแลลูกเอง แล้วก็อุ้มลูกเข้าห้องไปกอด
ไว้แนบอก ปล่อยให้ท่านแม่ยืนตกตะลึงที่ได้ยินลูกสะใภ้ขึ้นเสียงใส่อย่าง
ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

 

 

 

เช้าวันนั้นที่ในครัวเลยได้เห็นอางูริเป็นคนลงมาสั่งเรื่องกับข้าวกับปลาให้
จุนโนะสึเกะด้วยตัวเอง ทำเอาพวกในครัวพากันแปลกใจไปตาม ๆ กัน
ส่วนอางูริพอได้กับข้าวแล้วก็นั่งป้อนข้าวลูกในห้องอย่างมีความสุข
อย่างที่เธออยากทำมานานแล้ว

 

 

ด้านท่านพ่อช่วงนี้ก็ดูจะปลง ๆ เรื่องสืบทอดกิจการกับลูก ๆ ถึงกับบอกให้
ยูโซตั้งอกตั้งใจไปเรียนต่อที่โตเกียวตามที่หวังไว้ แต่แล้ววันหนึ่งหัวหน้าคน
งานก็วิ่งห้อเหยียดกลับบ้านมาอย่างตกอกตกใจเมื่อท่านพ่อล้มลง ถึงท่าน
หมอมาดูแล้วจะไม่เป็นอะไรมาก แต่ก็ทำให้ยูโซต้องคิดทบทวนไปมาอย่าง
กลุ้มใจไม่ใช่น้อย

 

พอถึงวันที่ต้องไปยื่นจดหมายสมัครเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งบ้านต่างก็เอาใจ
ช่วยยูโซกันยกใหญ่ อางูรินั้นคอยหาขนมของกินมาให้เวลายูโซอ่านหนังสือ
ดึก ๆ ก็ถึงกับไปหาเครื่องรางที่เค้าว่าศักดิ์สิทธิ์มาให้พกติดตัว แต่ยูโซเป็น
เด็กอีกแบบหนึ่งไม่เหมือนกับเอสึเกะ หลังจากที่คิดไปมาอย่างกลุ้มใจแล้ว
ก็ตัดสินใจกลับเข้าบ้านมาบอกว่าคงจะไม่ได้เรียนแล้ว โดยมีสายตาของ
อางูริมองอย่างเข้าใจและเห็นใจ เพราะเธอไปแอบเห็นซองใบสมัครและถุง
เครื่องรางที่เธอให้ถูกวางทิ้งไว้ที่โตะเขียนหนังสือในห้องของยูโซ

 

 

 

 

ส่วนคุณลูกชายคนโตตัวแสบที่โตเกียวนั้น ในเวลานี้กำลังสำมะเลเทเมาเต็มที่
(-*-) นอกจากเขียนงานไม่ออกแล้ว ยิ่งกลุ้มก็ยิ่งเที่ยวแล้วกินเหล้าหัวราน้ำ
ทุกวัน อย่างวันนี้ก็ควงสาวโผล่มาที่ร้านของคุณป้าเซ็ตสึโกะถึงสองคน
จนเอ็นทาโร่ซังที่นั่งอยู่ก่อนหน้าเห็นแล้วอดรนทนไม่ไหว ต้องรุนหลังแม่
สองคนให้ออกนอกร้านไปแล้วลงมือนั่งคุยกับเอสึเกะอย่างจริงจังด้วย
ความเป็นห่วง แต่ก็โดนเอสึเกะต่อยโครมลงไปนอนกองกับพื้นซะงั้น

 

(กรี๊ดดดดดดดดด แม่สองคนนี้เป็นใครคะอาจารย์ )

 

 

 

คุณป้าเซ็ตสึโกะเห็นว่าเอาไม่อยู่แล้ว จึงได้ตัดสินใจโทรไปคุยกับท่านพ่อ
ที่โอกายามะ ท่านพ่อก็กลุ้มใจคิดหนักอีก เพราะภาระทางบ้านในตอนนี้ก็มี
ไม่ใช่น้อย แล้วท่านพ่อกับท่านแม่ก็ตัดสินใจเข้าไปคุยกับอางูริ ขอร้อง
ให้อางูริขึ้นไปดูเอสึเกะที่โตเกียว ทำเอาอางูริต้องคิดหนัก เพราะเธอไม่เธอ
ไม่อยากจากลูกที่ยังเล็ก ๆ ไปจึงได้ขอเวลาท่านพ่อท่านแม่ไปบอกว่าจะขอ
คิดดูก่อน


อางูริอุ้มลูกไปบนกำแพงปราสาทที่เคยเจอกับเอสึเกะครั้งแรก บอกลูกว่า
โอโต้ซังกับโอก้าซังเจอกันที่นี่นะ แล้วพ่อกับแม่ก็แต่งงานกัน แล้วก็มีหนู
ออกมา ถึงตอนนี้โอโต้ซังจะเหลวไหลใหญ่แล้ว แต่เธอก็ไม่อยากจากลูก
ไปเลย ขณะที่กอดลูกไว้อย่างตัดใจไม่ลงนั้น ก็ได้ยินเสียงเรียก พอหันไป
ปรากฎว่าเป็นท่านแม่ของเธอเอง ท่านแม่เห็นลูกสาวกลุ้มใจจึงบอกว่า
ให้อางูริไปโตเกียวซะเถอะ ยังไงเอสึเกะซังก็เป็นพ่อ เพื่อเด็กคนนี้ด้วย
อางูริตัดสินใจได้ จึงได้กลับไปบอกพ่อกับแม่สามีว่า เธอจะลงไปดูเอสึเกะ
ซังที่โตเกียวเอง ขอฝากลูกไว้กับท่านแม่ด้วย ท่านพ่อท่านแม่ได้ฟัง
อย่างนั้นก็ดีใจใหญ่ จนท่านแม่ถึงกับก้มหัวให้ลูกสะใภ้ บอกว่าขอฝากเอสึเกะ
ด้วย  (กรรมแท้ มีผัวเหมือนมีลูกอีกคน = =) และรับปากว่าจะดูแลจุนโนะ
สึเกะอย่างดี

 

 

 

 

วันเดินทางท่านพ่อ ท่านแม่และยูโซอุ้มจุนโนะสึเกะไปส่งอางูริถึงสถานีรถไฟ
อางูริลาลูกอย่างอาลัยอาวรณ์ พอจะก้าวขาขึ้นรถ จุนโนะสึเกะก็ร้องไห้จ้า
ออกมา จนอางูริต้องหักใจแทบตายกว่าจะขึ้นรถไปได้ เมื่อรถไฟออกก็ปล่อย
โฮออกมาอย่างสุดกลั้นด้วยความคิดถึงลูกแทบขาดใจ

 

 

 

หัวอกแม่ที่ลูกเล็ก ๆ คงเข้าใจได้ดีอ่ะนะ

 

รถไฟแล่นออกห่างโอกายามะมาเรื่อย ๆ ใจอางูริยังคงนึกถึงลูกไม่เสื่อมคลาย
จนอดใจไม่ไหวต้องควักรูปลูกที่สอดไว้ในปกเสื้อออกมาดูด้วยความคิดถึง
อยู่บ่อย ๆ พอจะกินข้าวปั้นที่พกติดตัวมา คู่แม่ลูกที่นั่งห่างออกไป ลูกชายก็
ร้องไห้โยเยกระจองอแงกวนแม่จนอางูริอดนึกถึงลูกไม่ได้อีก ต้องแบ่งข้าว
ปั้นให้ แล้วความซวยก็มาเยือนเมื่อตาลุงหนวดคนหนึ่งขึ้นรถมาและมานั่งที่เดียว
กับอางูริ พอดึก ๆ ผู้โดยสารนั่งสัปหงกกันหมด ตาลุงก็โวยวายขึ้นมาว่าซองเงิน
ในกระเป๋าตังค์หายแล้วก็โทษอางูริที่นั่งตรงข้ามว่าเป็นคนเอาไปแน่ ๆ จนอางูริ
รำคาญให้ค้นข้าวของในกระเป๋าก็ไม่เจอ แต่ตาลุงยังยืนยันให้อางูริชดใช้
ตอนนั้นเองมาดามชุดเขียวมีไฝคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างหลังสองคนนี่ก็บอกว่า
เธอตื่นอยู่ และไม่เห็นว่าอางูริจะหยิบฉวยอะไรไปตรงไหน แล้วเจ๊ไฝก็ค้นดู
ตรงเบาะปรากฏว่าซองเงินของตาลุงตกไปตรงซอกข้างเบาะนั่นเอง ตาลุงพอรู้ตัว
ว่าผิดก็รีบชิ่งแต่ก็ถูกเจ๊ไฝสั่งให้ขอโทษอางูริก่อน จนต้องก้มหัวขอโทษ
อย่างเสียไม่ได้

 

 

 

 

เจ๊ไฝเลยถือโอกาสขอนั่งด้วยกันกับอางูริ หยิบนามบัตรออกมาให้บอกว่าตัวเองชื่อ
ทาการะซัง พอไต่ถามดูเห็นว่าสามีอางูริเป็นนักเขียนก็ชมใหญ่ เมื่อตีสนิทไปสักพัก
เจ๊ก็ควักกระเป๋าออกมาในนั้นเต็มไปด้วยแหวนหัวพลอยสีสวยมากมาย เจ๊เลือก
แหวนมรกตเม็ดใหญ่ให้อางูริลองสวม พร้อมกับกล่อมจนอางูริต้องยอมรับไว้
(อยากรู้จริง ๆ ว่ากล่อมว่าไง = =) ตกดึกอางูริสัปหงกไปอีกด้วยความอ่อนล้า
เธอถึงกับฝันไปว่าเดินทางไปถึงบ้านที่สามีพักอยู่ที่โตเกียว แล้วเอสึเกะเปิดประตู
ออกมารับเธอพร้อมกับกอดเอาไว้อย่างดีใจ พอก้าวขาเข้าไปในบ้านก็เจอท่านพ่อ
กับท่านแม่อุ้มจุนโนะสึเกะรออยู่ เป็นฝันที่แสนสุขจนต้องสะดุ้งตื่นสุดตัวเมื่อโดน
นายสถานีปลุกบอกว่าถึงโตเกียวแล้ว อางูริตกใจเมื่อมองไปรอบ ๆ ไม่เจอเจ๊ไฝ
ที่นั่งมาด้วยกัน จนต้องถามกับนายสถานี ซึ่งนายสถานีก็บอกว่าลงไปแล้วที่
โยโกฮาม่า อางูริตกใจเมื่อควานกระเป๋าตังค์ที่สอดไว้ในอกดูแล้วไม่เจอจึงไป
แจ้งตำรวจ พอเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง คุณตำรวจก็เกาหัวยิก ๆ ทันที พร้อมกับถาม
ออกไปว่าผู้หญิงมีไฝหลอกให้แหวนมาใช่ไหม ปรากฎว่าทาการะซังหรือเจ๊ไฝนี่
เป็นพวกต้มตุ๋น เจ๊แกใช้มุกนี้หลอกคนมาเยอะแล้วและก็ถือโอกาสฉกกระเป๋าไป
เล่นเอาอางูริเดินออกมาจากสถานีตำรวจอย่างมึน ๆ ว่าครั้งแรกที่มาก็ไม่โสภา
สถาภรณ์กับโตเกียวเสียแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

แต่ในที่สุดอางูริก็ดั้นด้นมาถึงบ้านพักของเอสึเกะที่โตเกียวจนได้ พอเคาะประตู
พร้อมกับส่งเสียงเรียกไปก็ต้องตกใจอย่างแรง เมื่อเสียงที่ตอบกลับมาถามว่า
"ใคร?" นั้นเป็นเสียงผู้หญิง! พร้อมกับหญิงสาวหน้าแฉล้มคนหนึ่งเปิดประตูออก
มายืนมองเธออยู่

 


เอาล่ะสิ หลังจากลุงหนวดกับเจ๊ไฝแล้ว ยังจะมีความซวยอย่างไหน
รออางูริอยู่อีกล่ะเนี่ย

Comment

Comment:

Tweet

You are busy and don’t have the faintest idea how to finish your <a href="http://perfectwritings.com">Economics Essay</a>, buy it from the most trustable organization and you will never be sorry.

#9 By GoffMamie (31.184.238.73) on 2013-08-09 17:17

ดราม่าเข้มๆเลยอะ น่าติดตาม

#8 By venenatis on 2013-05-03 09:46

อยากดู

#7 By pkake2000 on 2013-04-05 18:53

Great post..

#6 By Jamison Darby on 2013-02-16 00:05

ลุงมังไซสมัยยังหนุ่มแสดงด้วยแฮะ (ชอบบทที่เขาป็นเซย์เมย์มากเลยค่ะ)

#5 By Beorhtast on 2013-02-07 21:14

หวาวว เรื่องไรคับเนี้ย เนื้อหาเข้มข้นมั่กกHot!

#4 By Blowing in the words on 2013-01-30 07:21

โอ๊ยยยย ลำบากลำบนเชียวค่ะ 
อางูริซังสู้ๆนะคะะะะ

#3 By Tiny Raindrops on 2013-01-29 11:31

เฮือกอยากรู้ตอนต่อไปแล้วววววว
คุณสามีจะบอกยังไงงงงงงง
^^

#2 By ~Yamarugiko~ on 2013-01-28 17:29

เจี๊ยกกกแม่สาวนั่นเป็นใครมาจากไหน~~
>_<
มาต่อเร็วๆนะคะ

#1 By ailuros (103.7.57.18|124.120.212.107) on 2013-01-26 22:45