Fukuyama : CUT Magazine interview (2009.07) 1

posted on 25 Aug 2009 00:16 by molecularkitten  in MashaSection

 

Cut Magazine (2009.07) No. 248

 

Part I

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

ก่อนอื่น อยากบอกว่าเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (09/05/25) ได้ไปดูคอนเสิร์ตวันที่สองที่บุโดกันด้วย
สำหรับ "ประสบการณ์แรก" ของคุณที่บุโดกันนี้ รู้สึกอย่างไรบ้าง ?

F: วันที่สองนี่ดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทางมากขึ้นครับ วันแรกผมรู้สึกว่าร้อนมากไปหน่อยจนเพลียไปหมด
ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มานานแล้วนะ!

 

ประหลาดใจมั่งไหมที่บุโดกันให้ความรู้สึกเหมือนฮอลล์เล็ก ๆ ?

F: ครับ ทำให้ผมนึกถึงที่ฮิมูโระซัง (เคียวสุเกะ ฮิมูโระ นักร้องนำวง Boøwy ) เคยพูดไว้ว่า "ไลฟ์เฮ้าส์บุโดกัน" คงหมายถึงแบบนี้นี่เอง (หัวเราะ) ไอ้ที่รู้สึกว่าเหนื่อยมากนี่คงเพราะถูกล้อมรอบ 360 องศาทั้งสี่ด้าน จนไม่มีเวลาที่ผมจะแว้บไปพักเลย (หัวเราะ) ถ้าเป็นเวทีแบบปกติ เวลาที่พ้นจากแสงไฟหันหลังให้คนดูแล้ว จะได้พักสูดหายใจบ้างเล็กน้อย แต่พอล้อมรอบ 360 องศาแบบนี้ ไม่ว่าจะหันไปทางไหน หรือจะเดินลงไปหลังเวทีก็ตาม คงจะทำอะไรตามสบายได้ลำบาก เพียงแต่ว่าวันแรกนี่ผมเหมือนถูกสูบพลังมากไปหน่อยกว่าที่คาด

 

อย่างนี้เอง แต่พอวันที่สองคุณก็รู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น ?

F: ครับ พวกระบบเสียงอะไรก็อยู่ตัวดีขึ้น ตราบใดที่เราคุมระบบเสียงในคอนเสิร์ตทั้งหมดได้
ผมก็จะรู้สึกวางใจมากขึ้นแล้วทั้งหมดก็จะเป็นไปได้ด้วยดีตั้งแต่ต้นจนจบ

 

คราวนี้ มีวิดิโอคลิบ "ชีวประวัติของฟุคุยาม่า" มาให้ดูกันอย่างจุใจซะด้วย ตอนนั้นคุณจะแว้บ
ไปพักก็คงได้ แต่ที่น่าประทับใจคือ ฟุคุยาม่าซังยังอยู่บนเวทีตลอดเวลา นั่งดูวิดิโอของตัวคุณเองไปพร้อม ๆ กับผู้ชม คลิบนั่นก็ฮามาก ว่าแต่ทำไมคุณถึงไม่ลงไปจากเวทีพร้อมกับนักดนตรีคนอื่น ๆ ?

F: ตั้งใจว่าจะไม่ลงไปตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ เพราะผมอยากเห็นปฏิกริยาของคนดู
ผมเป็นพวกขี้กังวลในหมู่คนขี้กังวลเลยนะ จากตรงนั้น ปฏิกริยาของผู้ชม ความสนใจของผู้ชม
อาการแสดงออกเมื่อถูกอกถูกใจ ต่าง ๆ เหล่านี้ อย่างน้อยก็ทำให้ผมจับทางและทำความเข้าใจ
ลักษณะของคนดูในวันนั้นได้ ตอนที่วิดิโอกำลังฉายอยู่นี่ผมนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วก็ได้รับฟังอย่างทั่วถึงตลอด
"โอ้ เข้าใจอารมณ์ในแบบของผู้ชมในวันนี้แล้ว"

แต่แน่นอนว่า ประเด็นหลักก็คือ คนดูจะรับ (ตัวผมที่อยู่ในวิดิโอ) ได้หรือเปล่า
คนที่มาดูวันนั้นเป็นแบบไหน ก็จะพยายามจับทางเท่าที่ทำได้น่ะครับ

 

งั้นผู้ชมวันเดียวกับที่ไปดูนี่ เป็นแบบไหน ?

F: สำหรับผู้ชมในวันที่ 2 ถ้าเป็นผู้หญิงแล้วล่ะก็ คงเป็นสาวสวยจัดคนหนึ่ง (หัวเราะ)

 

(หัวเราะ)

F: มองแว้บแรกอาจจะดูเหมือนแม่ม้าพยศ แต่พอทำความรู้จักกันแล้ว ก็ทำทุกอย่างได้ตามที่ผมบอก แถมยังให้ความรู้สึกที่เซ็กซี่ด้วย (หัวเราะ)

 

จริง ๆ นะ แถวนั่งที่ปกติจะอยู่กันนิ่ง ๆ นี่ปรากฎว่าดูตื่นเต้นกันทุกคนเลย

F: ต้องขอบคุณสวรรค์ที่ให้เราปล่อยของดีหลาย ๆ อย่างออกมาให้ดู (หัวเราะ)

 

พูดถึงเรื่องนี้ วิดิโอออดิชั่นของอะมิวส์นี่สุดยอดจริง ๆ ทำไมถึงรอจนป่านนี้
กว่าจะปล่อยสมบัติล้ำค่าที่เก็บเป็นการส่วนตัวไว้มานานอย่างนี้ ?

F: เพราะนี่เป็นคอนเสิร์ตแรกที่จัดขึ้นปีที่ฉลองครบรอบ 20 ปีในวงการ และเป็นคอนเสิร์ตแรกที่ผมได้ขึ้นเล่นที่บุโดกันด้วย แถมเรายังใช้สโลแกนว่า "Love♥Fukuyama Exhibition" ก็เลยตกลงใจว่าจะยอมเอาออกมาให้ดู(หัวเราะ) ซึ่งผมก็รู้สึกดีมาก ไม่ได้ว่าอะไรที่จะเปิดเผยให้ผู้ชมได้รู้ เหมือนกับ อารมณ์ประมาณถึงจุดที่คุณผายลมต่อหน้าแฟนได้น่ะ ไม่เคยเป็นแบบนี้เหรอ ? (หัวเราะ) (มาตรวัดความสนิทของตาแปะเป็นแบบนี้นี่เอง )

 

เข้าใจ (หัวเราะ)

F: ก็ถ้ายังไม่เคยผายลมให้กันเห็นเลยนี่ จะกล้าใช้คำว่า 'คบกัน' ได้จริง ๆ น่ะเหรอ ?
อะไรทำนองนั้น (หัวเราะ) แฟนจะรับเรื่องชวนอึ้งของคุณได้สักเท่าไหร่ ? เป็นแบบนั้นแหล่ะครับ

 

ออดิชั่นคลิบที่เห็นนี่ทำออกมาเหมือนโชว์ในโทรทัศน์เลย ดูแล้วฮามาก

F: จริง ๆ ดูแล้วจะออกแนวเหวอมากกว่า แต่ผมดีใจมากเลยที่เขาทำออกมาซะฮาแบบนี้
ตอนซ้อมเพลง คลิบออริจินัลที่โชว์ให้ดูยังไม่ได้ใส่เอ็ฟเฟคเพิ่มเติมลงไป แต่แบบนั้นก็ไม่ได้แย่
จนเราต้องร้อง "เห~~~~!?!" ออกมานะ พอเอาเข้าจริงแล้วผมประหลาดใจมากเลย
ที่ทำออกมาแล้วดูดีพอจะโชว์ให้สาธารณชนดูได้เหมือนกัน ก็อย่างที่ผมบอก (ในคอนเสิร์ต)
ว่าอันนี้ "ทำมาเรียกเสียงฮาโดยเฉพาะ" ดังนั้นเพื่อที่จะให้มันโดนอย่างที่ตั้งเป้าไว้
เราต้องเตรียมการกันพิถีพิถันเป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นแล้วอาจจะไม่สนุกเลยก็ได้

สุดท้ายก็เลยตกลงใจว่าจะทำให้ออกมาดูง่าย ๆ แบบพวกบันเทิงโชว์
แล้วผมก็ค่อยหายใจทั่วท้องหน่อยที่ได้ผลตอบรับออกมาค่อนข้างดีมาก

 

พวกเราก็คล้อยตามที่ฟุคุยาม่าซังวางเอาไว้เลยจริง ๆ การใช้การบอกเล่าแบบตรงไปตรงมา
แล้วก็ขำขันแบบนั้นนี่รับรองว่าคนดูต้องจำได้แม่นแน่ ๆ

F: อืมม์ ทุกคนก็มีเรื่องที่ไม่อยากเอ่ยถึงกันทั้งนั้น หรือรู้สึกว่าน่าอายเหลือเกิน
หรือไม่อยากให้คนอื่นรู้ การเขียนเพลงนี่โดยพื้นฐานแล้ว เป็นการขยายขอบเขตของสิ่งที่เรียกว่า
"ความอาย" นะ ผมเองบางทีก็อยากรู้ว่ามี "ความอาย" อยู่สักเท่าไหร่ที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับผู้คนได้ ?

 

แต่ยังไงก็ตาม แบบที่โชว์ให้เห็นในคลิบนั่น แน่นอนว่าไม่ได้ปิดบังหรือหลบซ่อนความน่าอายของคุณเลยใช่ไหม ?

F: อื่อ ฮึ

 

ไม่ได้คิดว่ารู้สึกแบบนั้นนะ ที่ว่าคุณใช้เสียงหัวเราะเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องน่าอายในอดีตของคุณ ในทางตรงข้าม คิดว่าคุณใช้วิธีแบบนั้นในการนำเสนอ เพราะคุณอยากให้ทุกคนรู้สึกใกล้ชิดคุณมากขึ้นโดยผ่านทางเสียงหัวเราะนั้น

F: ผมเคยพูดไว้ในคอนเสิร์ตก่อนหน้านี้ ว่าตั้งแต่ต้นมาแล้วที่ผมไม่เคยนึกเลยว่าตัวเองจะมีพรสวรรค์หรือมีแววต่อไปได้ในอนาคต ไม่มีใครนึกเลยว่าผมจะอยู่ในวงการเพลงมาได้จน 20 ปีให้หลัง อย่างน้อยก็ตัวผมเองนี่ล่ะ

 

ใช่ ใช่

F: งั้นอะไรที่เป็นเหตุผลสำหรับตรงนั้น ? ก็คือผมเองก็อยากเปิดเผยเรื่องที่ผ่าน ๆ มาแล้วก็นั่งดูด้วยตาของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาเหมือนกัน ก็เลยมีวิดิโอพวกนั้น (หัวเราะ) สรุปง่าย ๆ ก็คือ ผมคิดว่าอะมิวส์ที่รับเอา ฟุคุยาม่า มาซาอายุ ตอนอายุ 18 คนนั้นเข้าสังกัด กับแฟน ๆ ที่คอยให้กำลังใจอยู่ในตอนนั้นเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแฟน ๆ นี่! คำพูดของมินามิ ฮารุโอะซังพูดไว้ว่า ลูกค้าคือพระราชา นี่ถูกต้องทุกอย่าง

 

คุณเรียกบุโดกันว่า "ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์" ตอนช่วง MC

F: ใช่ครับ

 

งั้นทำไมรอจนป่านนี้ ถึงได้มอบบรรณาการให้แก่ราชาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้

F: เพราะเรายังไม่มีโอกาสที่เหมาะสมเลย นั่นเป็นเหตุผลครับ และถ้ามองในแง่ดี
ความจริงที่ว่าเราได้สนุกสนานกันในขณะที่ยืนอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างบุโดกัน ก็เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเอามาก ๆ

 

เข้าใจล่ะ เดาว่าในตอนที่คุณกำลังพยายามอย่างหนักที่จะมุ่งไปข้างหน้า ความฝันของคุณคือ จะต้องมาเล่นที่บุโดกันนี้ให้ได้

F: ครับ

 

ตอนนี้คุณได้มาสนุกสนานในบุโดกัน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคุณแล้ว กลายเป็นรู้สึกว่าน่าหวาด ๆ ไปแทนมั่งไหม ?

F: ก็ใช่นะฮะ ถ้าคิดในแง่ความรู้สึกนั้น แต่ผมเชื่อมั่นในไมตรีจิตของแฟนเพลง เหนือไปกว่าความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ผมคิดว่าแฟน ๆ ที่มาดูคอนเสิร์ตเป็นกลุ่มคนที่ผมจะเชื่อใจได้มากที่สุด ถ้ามีคนมาบอกให้ผมทำแบบนี้ออกทีวี ผมคงจะปฏิเสธไปแน่ ๆ ไม่มีทางที่จะทำได้เลย ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อใจสื่อนะครับ แต่ประเด็นหลัก คือ "เพราะไม่มีผู้ชมที่คอยดูอยู่ตรงหน้า" ผมเลยไม่เลือกวิธีการนี้ในการนำเสนอ" การจะส่งสารใด ๆ ผมชอบที่จะมีกลุ่มเป้าหมายที่แน่นอนให้เห็นก่อนที่จะลงมือ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมทำอะไรผิด ก็จะได้พูดออกมาเดี๋ยวนั้นเลยว่า "ขอโทษนะฮะ ผมเข้าใจผิดไป ขออภัยด้วย" (หัวเราะ)

 

แต่เห็นคุณล่าสุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในรายการ Hey! Hey! Hey! กับ Music lover
เทียบกับกับศิลปินคนอื่น ๆ ฟุคุยาม่าซังดูเหมือนจะมีระยะห่างเป็นพิเศษในภาวะแบบนั้น

F: (หัวเราะ) ไม่ใช่ฮะ....นั่นเพราะเวลาที่ต้องพูดออกทีวีทีไร ผมก็ยังรู้สึกอายทุกที

 

 

~To be Continued ~

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแล้วอยากดูคลิปประวัติฟุคุยาม่าจัง big smile
จะรอตอน2 นะคะsurprised smile

#1 By lucky mountain (58.9.91.105) on 2009-08-26 15:22