Fukuyama : BROS 2009.07 (No. 83) - Hi! This is Fukuyama (2)

posted on 01 Aug 2009 16:30 by molecularkitten  in MashaSection

 

BROS 2009.07 (No. 83)  -  Hi! This is Fukuyama

 

Part II

 

หลังจากคอนเสิร์ตที่บุโดกันแล้ว ทัวร์ใหญ่ทั่วประเทศก็จะเริ่มขึ้น พร้อมกับอัลบั้ม 'Zankyo'
ของฟุคุยาม่า มาซาฮารุ แปะ! แปะ! แปะ!

 

นานเกินไปหน่อยเหรอครับ ? รอกันมาตั้งนานแล้วเหรอ ? ลืมกันไปหรือยังครับ ?
อย่าเพิ่งลืมน้า (T_T)

 

สำหรับอัลบั้มนี้ คุณอาจจะเพิ่งสังเกตว่า ผมเล่นกีต้าร์เยอะมากในหลาย ๆ
ส่วนทีเดียว ไม่ใช่แค่ไลน์ที่เป็นแบ็คกราวน์ แต่รับผิดชอบในเกือบจะทุก
ส่วนสำคัญ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของผมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
การเล่นดนตรี ฝากให้ลองกลับไปฟังกันดูด้วยนะครับ

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าผมเล่นกีต้าร์เองหมดในอัลบั้มนะ
ไม่ ไม่ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด (หัวเราะ)  ที่พูดอย่างนี้คือหมายถึงว่า
มีแต่ผมคนเดียวที่จะเล่นไลน์กีต้าร์ในเพลงที่ตัวเองเป็นคนเขียนต้นฉบับได้
(เล่นออกมาให้เหมือนกับที่คิดไว้) ไม่น่าเชื่อเลยนะฮะ การเล่นกีต้าร์ก็เหมือนกับ
การคัดลายมือ อย่างตอนเขียนตัวฮิรางานะ คน 10 คนก็ได้ออกมาต่างกันตั้ง 10 แบบ
แล้วใช่ไหม แบบเดียวกับที่ถึงจะเล่น 'โด-เร-มี-ฟา-ซอล-ลา-ที-โด' เหมือนกัน
ต่างคนเล่น ซาวน์ก็จะออกมาต่างกันไปด้วย ผมเองก็ทำเพลงมาเกือบ 20 ปีแล้ว
คิดว่าก็ไม่เลวเหมือนกันถ้าได้ทิ้งเอกลักษณ์ใน 'ลายมือ' ของตัวเองเอาไว้บ้าง
ถ้าไม่นับเรื่องที่ผมจะเล่นได้ดีหรือไม่ก็ตาม

 

แต่ถึงยังไง หากปรากฏว่าฝีมือของผมก็ยังเหมือนสมัยก่อน หรือผมรู้สึกว่าไม่มี
การพัฒนาเอาเสียเลย ผมก็คงไม่ลงมือด้วยตัวเอง ผมพยายามที่จะตัดสินใจอย่าง
ไม่ลำเอียงนะครับในการทำงาน เพราะถ้าคิดว่า "โอ๊ะ ก็เราเป็นคนเขียน ถ้าจะทำ
ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง" ก็จะไปมีผลต่อคุณภาพของการเล่น งานอาจจะออกมาไม่น่าสนใจ
เท่าที่ควร ผมต้องหาทางไม่ให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น ในฐานะที่เป็นทั้งคนเล่นดนตรี แล้วก็คนฟังเพลง
ด้วยมาก่อนหน้านี้ หากผมรู้สึกว่ายังไงก็เล่นไม่ได้แบบที่ตัวเองต้องการ ผมก็จะขอให้คนอื่น
มาเล่นให้ แต่ในตอนนี้ ผมยังเห็นว่าฝีมือตัวเองก็ไม่ได้แย่อะไร และก็ด้วยเหตุนี้
ผมจึงเข้าห้องอัด ในฐานะนักดนตรีคนหนึ่ง

 

อีกส่วนหนึ่งของอัลบั้มที่อาจจะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงบ้างก็คือในส่วนของเนื้อเพลง
ซึ่งเป็นงานที่สาหัสมากทีเดียว จนผมไม่อยากพูดถึง ! (หัวเราะ) *

 

สำหรับธีมของอัลบั้ม คุณคงเห็นได้ผ่านทางเนื้อหาอย่าง "My hometown กับ ฉัน"
หรือ "วันวาน และ วันนี้" ซึ่งผมคิดว่ามาจากความจริงที่ว่าผ่านมาแล้ว 20 ปี และผมก็
มาถึงอายุ 40  เลยเหมือนเป็นความรู้สึกลึก ๆ จากข้างในว่าควรทำออกมาในแนวทางนี้
กลายมาเป็น ความคิดที่ว่า 'ไม่ว่าอย่างไรฟุคุยาม่า มาซาฮารุ ก็มาจากนางาซากิ'
(ชัดเจนมาก) รวมไปถึงคอนเสิร์ตที่เขาอินาสะในปีนี้ด้วย...และถึงแม้ว่าตัวผมเองจะมี
ภาพลักษณ์ที่ดูเป็นคนสดใส มองโลกในแง่ดี แต่ผมก็ยังมีเรื่องยุ่งยากอย่างที่คนวัยนี้จะมี
มีทั้งปัญหา ที่ไม่อาจจะผ่านไปได้ง่าย ๆ เหมือนกัน...ผมอยากที่จะเผชิญหน้ากับแง่มุม
เหล่านี้ของตัวเอง และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ผมใช้ 'Zankyo' เป็นตัวแทนคอนเส็ปทั้งหมด
ของอัลบั้มนี้

 

ว่าแต่ว่า ผมก็ช่างกล้าใช้คำว่า 'Zan' (残) มาเป็นชื่ออัลบั้มซะจริง ๆ นะ! เพราะจาก 'Zan'
นี่เราก็จะได้ทั้ง 'Zankyo' (残響 เสียงสะท้อน), 'Zannen' (残念  โชคร้าย / เศร้าโศก),
'Zanpan' (เศษอาหาร / ขยะ), Zannyou (残尿  ฉี่ค้างท่อ)……… 

 

To be continued

 

*  แปะเคยบอกว่าให้ทำดนตรีง่ายกว่าแต่งเนื้อ

 

------------------------------------------------------------------------

 

เมื่อวานว่าจะอธิบายเพิ่ม ก็มัวแต่ไปดูผู้ใหญ่ลีกับนางมา
ที่อยากอธิบายเพิ่มก็เรื่องอัดเพลงน่ะค่ะ เก็บตกมาจากที่
เคย ๆ อ่านมา แล้วก็ห้องเฉลิมกรุง บางทีอาจมีคนสงสัยว่า
ก็เล่นกีต้าร์ได้แล้วการเล่นในห้องอัดใส่ในอัลบั้มตัวเองมัน
แปลกตรงไหน

 

คืองี้ค่ะ เล่นในห้องอัดกับเล่นไลฟ์นี่ไม่เหมือนกันนะคะ
วงดนตรีบางวงที่เห็น ๆ กันอย่างในตลาดเพลงบ้านเรา
เวลาเล่นตามงานต่าง ๆ สมาชิกในวงเล่นดนตรีตามตำแหน่ง
กันก็จริง แต่เวลาอัดเพลงในห้องอัด ก็อาจจะเป็นคนอื่นมาทำหน้า
ที่แทนค่ะ

 

นักดนตรีที่รับจ้างเล่นตามห้องอัด อัดเพลงให้ศิลปินคนอื่นแบบ
นี้เรียกว่า 'มือปืน' ค่ะ ที่เป็นอย่างนี้เพราะในการอัดเพลงนั้น
โจทย์จะต่างไปจากไลฟ์ ต้องการทั้งทักษะ ความชำนาญ
ความแม่นยำ และฟีลลิ่งที่ต้องได้ตามที่โปรดิวเซอร์ต้องการ
ดังนั้น ต้องใช้นักดนตรีที่มีคุณสมบัติครบแบบนี้จริง ๆ มาทำงาน
ในห้องอัด หรือ เรียกว่า มือถึง นั่นเอง เพราะคงไม่มีโปรดิวเซอร์
หรือซาวน์เอ็นจิเนียร์คนไหน ต้องมานั่งทนเทคแล้วเทคเล่า
สั่งฟีลหนึ่ง ได้อีกฟีลหนึ่ง (ค่าเช่าห้องอัด ค่าเสียเวลา ไม่ใช่ถูก ๆ)
หรือเล่นแล้วยังไงก็ไม่ได้เสียงแบบที่ต้องการ

 

ถ้าใครอ่านการ์ตูน BECK คงจะเห็น ฉากเจ้าพวกนี้อัดเพลง
โดน(ซาวน์)เอ็นจิเนียร์ไฝ (มีไฝที่ปาก) ด่าเช็ดไปตาม ๆ กัน
ถึงท่อนนั้น ให้กดวกกลับเข้าไปแบบรัว ถึงท่อนนี้ ต้องเล่น
ให้นุ่มนวล แต่หนักแน่น (ยังไงวะ?) กว่าจะอัดเสร็จ นอนจมกอง
เลือดตายคาห้องอัด lol

 

(ถามว่าทำไมไม่เอามืออาชีพมาอัด
ก็เพราะพวกนี้เป็นอินดี้แล้วมันไม่มีเงินไง ใครจะมาอัดให้
เอาแค่มาขอใช้ห้องอัดฟรีนี่ก็เป็นบุญแล้ว และที่แน่ ๆ คือ
มันทำเพลงกันเอง อีโก้ของนักดนตรีทำให้ต้องอัดกันเองอยู่แล้ว
ขนาดคนที่ทักษะน้อยที่สุดในวง ยังโดนเคี่ยวให้ทำให้ได้
ไม่ละเว้น เพื่อพัฒนาศักยภาพ)

 

แต่อย่างตอนเล่นไลฟ์นี่ไม่เป็นไร จะเล่นออกมาแบบไหน
ก็ได้ขึ้นกับอารมณ์ของนักดนตรี บางทีเขาอาจจะเรียบเรียง
ไม่เหมือนกับใน CD ก็ได้ เรียกว่าบรรยากาศ ฟิลลิ่งหรืออะไร
พาไป มีคนเล่าว่า บางท่านเป็นนักดนตรีที่เมพมาก ๆ เวลาเล่นไลฟ์
แต่พอต้องอัดเพลงทีไรแล้ว ไม่สันทัดเอาซะเลย ต้องใช้สมาธิ
+ เวลาค่อนข้างนานสักหน่อย ที่เป็นอย่างนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่เก่งนะคะ
ขึ้นอยู่กับความชอบ ความถนัดด้วย บางคนรู้ว่าตัวเองไม่มีเวลา
ซ้อมพอ หรือไม่ชำนาญพอ ก็จะไม่ยุ่งเรื่องอัดเสียงเลย ให้มือปืน
เล่นไป ตัวเองก็ไปตั้งใจซ้อมไลฟ์เอา

 

อย่างมาชา คิดว่าความที่เจ้าตัวตั้งใจว่าจะเป็นนักดนตรี แกก็ตั้งใจ
พัฒนาศักยภาพของตัวเองมาเรื่อย ๆ บางทีเรามานั่งคิดดูนะ
คงเป็นโชคดีของแปะด้วยที่ตกไปอยู่ในแวดล้อมของคนที่มีฝีมือ
และไม่รังเกียจที่จะสอน อย่างโปรดิวเซอร์คนแรก คือ ชิราฮามะซัง
(เป็นมือกีต้าร์ให้ ARB วงร็อคชื่อดังของญี่ปุ่น) พอเห็นเด็กอวดดี
ไม่เอาเพลงที่ทีมงานแต่งให้ พอถามถึง เพลงตัวเองก็ไม่เคยแต่ง
ก็ยังมีแก่ใจยอมให้โอกาส เสียเวลาช่วยหัดช่วยเกลาให้

 

และทั้งนี้ก็ต้องขึ้นกับตัวเด็กเองด้วยนะคะว่ามีใจอยากจะพัฒนาไหม
จากเริ่มต้นด้วยการแต่งเพลงเอง แปะค่อย ๆ เขยิบมาทำในด้าน
การเรียบเรียงด้วย จากที่มีคนมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ ก็เริ่มดูแลการ
ผลิตเองได้ บางคนอาจงงว่านักร้องแต่งเพลงเองได้ ทำเพลงเองได้
เล่นดนตรีได้ แล้วโปรดิวเซอร์มีไว้ทำไม ก็มีไว้เป็นคนคอย 'เคาะ'
และ 'อ่านขาด' ค่ะ เวลาแต่งเพลง คุณมาเป็นคอร์ด เป็นโน๊ต แต่งด้วย
กีต้าร์ แล้วคุณก็อาจจะอยากให้อัลบั้มคุณเป็น R&B เป็นร็อค เป็นป๊อบ
เป็นอะไรก็ว่าไป คุณอาจจะยังไม่ถนัดหรือแกร่งพอที่ทำให้ออกมาในแนวนี้
ก็ต้องไปหาคนที่เขาถนัด มีชื่อในประเภทนั้น ๆ มาช่วยทำให้
โปรดิวเซอร์ก็ช่วยดูให้ว่า เพลงนี้ใช้ได้ เพลงนี้ยังไม่ดีพอ ช่วยเรียบเรียง
ให้ออกมาได้แนวที่ต้องการ สมัยก่อนมาชาอาจจะมีคนอื่น ๆ มาเป็นโปรดิวเซอร์
ให้อย่าง ชิราฮามะซัง แล้วก็ขยับขึ้นมามีชื่อร่วม อย่างสมัยหลังก็เป็น
Goofy Mori / Masaharu Fukuyama และเป็นเองเต็มตัวในตอนนี้
หรือเรื่องเรียบเรียงเพลง สมัยก่อนมาชาก็ไม่ได้เรียบเรียงเอง
คือ แต่งมาอย่างเดียว แล้วจะมีคนมาช่วยเรียบเรียงให้ เพราะการเรียบเรียง
นี้ต้องอาศัยความชำนาญในเครื่องดนตรีหลาย ๆ ชิ้นพอสมควร
แปะเองก็หัดจนเดี๋ยวนี้เล่นได้หมดทั้ง กีต้าร์ เบส กลอง เปียโน
ตัวหลังสุดนี้เจ้าตัวบอกว่าไม่ถนัดเท่าไหร่ พวกเครื่องประเภทกดลิ่มนี่
ก็จะอาศัย กด ๆ เอา ที่เรียนรู้ให้เป็นหลาย ๆ อย่าง เพราะในฐานะ
ที่เป็นโปรดิวเซอร์เอง ก็จะช่วยในการเรียบเรียงด้วย จะได้นึกภาพออก
ว่าจะจัดวางเสียงเครื่องดนตรีชิ้นไหน ร้อยเรียงกันออกมาอย่างไร

 

และคนหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ลุง Inoue Akira ค่ะ
ลุงทำงานเรียบเรียงดนตรีคู่กับแปะมาตลอด แม้กระทั่งตอนนี้
ลุงคือหัวหน้าวงแบ็คอัพให้แปะ คนที่เล่นเปียโน คีย์บอร์ดใน
คอนเสิร์ตนั่นแหล่ะค่ะ (เปียโนเพลง Saiai นั่นก็ฝีมือลุง)
นอกจากพวกนี้แล้ว ลุงยังเล่นอย่างอื่นได้อีกนะ ตอนปลายปี
เพลง RED x BLUE ลุงยังจับกีต้าร์ไฟฟ้าเสริมทัพเสียงให้แน่น
ขึ้นไปอีก บนเวที เท่ห์มาก

 

สำหรับเรื่องเล่นดนตรีในห้องอัด จริง ๆ แล้วมาชาก็เล่น
เองในห้องอัดในส่วนที่เป็น acoustic guitar มาตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปี
ก่อนแล้ว (ตามเครดิตในอัลบั้ม Dear) และมาตอนหลังนี้
ที่เริ่มเล่นเองในส่วนอื่น ๆ มากขึ้น อย่างท่อนสำคัญ ๆ ในเพลง
พวกโซโล่ ไลน์เด่น ๆ อะไรแบบนี้ ยิ่งตั้งแต่ได้แต่งพวก instrumental
เจ้าตัวก็ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ อย่างที่เคยพูดในคอนปลายปี 2007
ว่า คอนเสิร์ตวันนี้นี่ขอบคุณจริง ๆ ที่ได้ทำให้ฝันในการเป็น Guitarist
ของเจ้าตัวเป็นจริง เพราะปีนั้นแปะเพลินกับการโชว์กีต้าร์ ost Galileo
บนเวทีมาก รวมทั้งเพลง Homemage ที่แต่งให้นิทรรศการภาพถ่าย
ครั้งที่ 2 ด้วย

 

มานั่งคิด ๆ ดู ที่อัลบั้มหลังมานี้จะออกช้า ก็เรียกว่ามีเหตุผลอยู่
เพราะคุณพี่เล่นรับผิดชอบซะเยอะไปหมด สมมติว่าอัลบั้มหนึ่ง
มี 12 เพลง ถ้าเป็นศิลปินคนอื่น โปรดิวเซอร์ก็แจกให้นักแต่งเพลง
รับผิดชอบไปคนละ 3-4 เพลงก็ว่าไป แต่นี่คุณพี่เหมาเองหมด
ทั้ง 12 เพลง พอแต่งเสร็จก็ต้องมานั่งคิดเรื่องเรียบเรียงอีก
กีต้าร์เพลงหนึ่งมันก็ไม่ใช่แค่ไลน์เดียว อาจจะมีสัก 2-3 ไลน์
ก็คูณ 12 เข้าไปสิคะ ถึงบางไลน์ เจ้าตัวอาจจะไม่ได้เล่นเอง
แต่ก็ต้องถ่ายทอดออกมาให้นักดนตรีคนอื่นเข้าใจ จะได้อัดได้ถูก
ไหนจะคิดเรื่องเครื่องดนตรีชิ้นอื่น เข้าห้องอัด อัดกีต้าร์เองอีก
เรื่องดีไซน์การร้องอีก อัดเสียงร้องอีก รับผิดชอบหลัก ๆ เกือบจะ
ทุกตำแหน่งในอัลบั้มคนเดียวแบบนี้ มันก็สมควรจะนานอยู่นะ
เพราะยังไม่นับเรื่องที่ต้องสละเวลาให้ละคร หนัง รายการวิทยุ
เพลงของ KOH+, OST ละคร ไปเกะ ก๊งเหล้า นารี (อันหลัง ๆ
นี่จำเป็นมากกกก :P)

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมก็ทำเพลงกันเองครับ เป็นตัวของเราเองดีcry

#1 By car2t (124.157.133.57) on 2009-10-22 17:06