Fukuyama : Thoughts on Nagasaki 4
posted on 26 Jun 2009 01:44 by molecularkitten in MashaSection
Part 12: จากรายการวิทยุ ANN Tamarashii no Radio (2006.12.17)
เรื่องต่อไปที่ผมกำลังจะพูดเป็นเรื่องจริงที่เกี่ยวกับตัวผมเอง "The Great Offering of Love – Fukuyama Masaharu style" (เริ่มร้องเพลงคริสตมาส) (หัวเราะ) เอ๊ะ เพลงนี้เข้าท่าดี แต่ผมคงต้องหยุดเท่านี้ล่ะ ไปต่อไม่ได้แล้ว ผมจำเนื้อได้เท่าที่ร้องออกมานี้แหล่ะ
(เริ่มอ่านจดหมายจาก 'ผู้ฟัง')
จดหมายจากนางาซากิ ฟุคุยาม่า มาซาฮารุ อายุ 37 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป
เป็นความทรงจำระหว่างผมกับแฟนสมัยตอนที่ผมยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ที่นางาซากิ
ตอนนั้นผมยังเล่นกีต้าร์ได้ไม่ดีนัก แต่ก็เริ่มฝันหวานไปแล้วว่าวันหนึ่งผมคงจะเป็นนักดนตรีได้ ผมฟอร์มวงเล่นดนตรีกับเพื่อน ขึ้นเล่นในไลฟ์เฮ้าส์ท้องถิ่นร่วมกับวงอื่นๆ ที่นางาซากินั่นเอง เราต้องหาเงินจากการแบ่งกันขายตั๋ว ค่าเช่าสถานที่ตกประมาณ 100,000 เยน แบ่งกันจ่าย 5 วง ก็ตกวงละ 20,000 เยน สมาชิกวงผมมีทั้งหมด 4 คน ดังนั้นเราจึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายกันคนละ 5,000 เยน และราคาขายตั๋วคอนเสิร์ต 1 ใบตอนนั้นก็ตกประมาณ 400-500 เยน
ผมเลยขอให้แฟนที่คบกันอยู่ในตอนนั้นช่วยขายตั๋วให้หน่อย ผมส่งตั๋วให้เธอจำนวนหนึ่ง แล้วก็บอกว่า "ช่วยเอาไปขายให้เพื่อนเธอหน่อยได้ไหม?" เธอรับตั๋วไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำและก็ขายได้จนหมด พอเห็นเธอทำแบบนั้นได้ ผมก็ส่งให้เธอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งใบ... สองใบ... สามใบ... สี่ใบ... ห้าใบ... จนสุดท้ายแล้ว ผมก็ฝากตั๋วที่เป็นส่วนของผมทั้งหมดให้เธอขายให้ และเธอก็ยังคงรับไปโดยที่ไม่เคยปริปากซักถามอะไรผมเลย ผมส่งตั๋วให้เธอ เธอขายได้จนหมด เพื่อนเธอก็มาดูไลฟ์ของวงผม เป็นวิธีการง่ายๆ ที่นักดนตรีปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างผม ไม่ทันคิดอะไรให้ลึกซึ้งมากไปกว่านี้
จนกระทั่งวันหนึ่ง จู่ๆ เพื่อนคนหนึ่งของผมก็โพล่งออกมาว่า
"เฮ้ มาชา รู้ไหมว่าแฟนนายน่ะ เป็นคนจ่ายเงินซื้อตั๋วทั้งหมดคนเดียวนะ!"
เป็นความจริงที่ว่า เธอไม่เคยขายตั๋วที่ผมให้เธอไปได้แม้แต่ใบเดียว ลงท้ายเธอก็ต้องออกเงินเอง แล้วก็ขอให้เพื่อนเธอเข้ามาดูไลฟ์ได้แบบฟรีๆ
ใจผมเหมือนแตกออกเป็นเสี่ยง เมื่อรู้ว่าเธอทำเพื่อผมมากแค่ไหน แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้สึกโกรธเธอมาก
"เธอทำแบบนี้ทำไม ฉันไม่ได้เอาตั๋วให้เพราะอยากให้เธอไปทำอะไรแบบนั้น!"
ไม่มีถ้อยคำโต้ตอบใดๆ จากเธอ และขณะที่มองดูผมโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอย่างนั้น เธอก็เริ่มร้องไห้
นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมก็ไม่ขอให้เธอช่วยเรื่องตั๋วอีก ผมพยายามขายตั๋วทั้งหมดด้วยตัวเอง ไม่ให้เธอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไป จากวันนั้นจนถึงวันนี้เกือบ 20 ปีให้หลัง ฟุคุยาม่า มาซาฮารุ ที่อายุ 37 ปีคนนี้ ไม่เคยขอให้ผู้หญิงคนไหนทำอะไรให้อีก ไม่ว่าจะให้ช่วยทำอะไรให้หรือช่วยเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ...ไม่เคยมี
วันนั้น แทนที่ผมจะแสดงความขอบคุณเธอ ผมกลับหัวเสียใส่เธอ วันนั้น เมื่อมองดูเธอรองรับความโกรธของผมด้วยน้ำตาที่ไหลรินเงียบงัน ทำให้ผมไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากผู้หญิงอย่างง่ายๆ อีก แม้กระทั้งตอนนี้ ผมต้องได้ทุกสิ่งมาด้วยตัวเอง ยิ่งกับเมืองนี้แล้ว ผมต้องพยายามด้วยตัวเองอย่างถึงที่สุด
นี่เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยเล่าให้ฟังมาก่อนเลยใช่ไหม?
ผมรู้สึกว่าตัวเองเลวร้ายมาก (หัวเราะ) ผมหัวเสียมากจริงๆ แต่ถ้าตอนนี้แฟนช่วยขาย CD ให้ผมได้สักแสนแผ่น ผมคงต้องขอบคุณเธอมากแน่ๆ แถมด้วยกอดแน่นๆ....(หัวเราะ) ไม่น่า ผมไม่ทำอย่างนั้น! (หัวเราะ)
ผมคิดว่าตัวเองก็เข้าใจความรู้สึกของเธอในตอนนั้น แต่ก็ไม่อาจจะละทิ้งทิฐิที่มีได้ ผมเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่มากพอ ผมจำเรื่องราวในวันนั้นได้ดี ทำให้ผมไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือใครอีก ถ้าหากว่าทำด้วยตัวเองได้ ผู้ชายบางคนอาจจะขอให้ทำได้มากกว่านี้ แต่นั่นมันใช้ได้แล้วเหรอ? ผมทำไม่ได้! เธอช่างมีน้ำใจให้ผมมากจริงๆ เพราะแค่เด็กผู้หญิง ม. ปลายอย่างนั้น จะไปหาเงินมากจากไหน ผมคิดว่าเธอคงต้องทำงานพิเศษ แต่ในตอนนั้น ผมกลับไม่เคยถามเธอเลย.....
จดหมายของเราวันนี้ออกจะไม่ใช่เรื่องสนุกๆ เหมือนจดหมายของของผู้อ่านก่อนหน้านี้ ผมต้องขอโทษด้วย (หัวเราะ) ทำไมผมถึงมาพูดเรื่องความใจไม้ไส้ระกำของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันคริสตมาสอย่างนี้นะ ทำไมกัน?... ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ (หัวเราะ)
Tada Boku ga Kawatta
It's Just that I've Changed
Our weekends are always busy,
yet we find time to meet
Waving as you run over to me when you're late,
I love to see you do that
It's just that I've changed and I haven't told anyone
I've set my aspirations and to reach them,
I must start running
I can't stay here anymore, I have chosen my path
It would tear us far apart, that is true
But in my heart, there's a dream, a fire that's burning
I want to try it, even if for an instant
Walking along the stone steps, I hold your hand
Joking as we climb up the slope to the hilltop park
There, you were searching for my heart
And I, I was searching for the map to my future
If we could just keep things unchanged,
if we could be together
There is nothing better than that,
you understand what I'm saying,
But I cannot stop my true feelings
Let us end everything today, let us start afresh today
(They've turned dark brown now,
those pages of my diary
As we flip through them, we gradually grow up.
If we could just keep things unchanged,
if we could be together
There is nothing better than that,
you understand what I mean
I'm so glad to have met you, I mean it even now
The last scene of the old movie
that made us laugh that day, I can see it in my mind.)
(Fan translation for reference only)
Lyric : Masaharu Fukuyama Music : Tsugutoshi Goto
Translation: Izumisano @ MashaPlus [dot] Forums
(http://mashaplus-forums.co.nr/)
Translated from Chinese translation
at 翻譯: Midori @ 福山本音 Fukuyama Honne
(http://hk.myblog.yahoo.com/dpanhk)
~ The End ~
เรื่องของแปะกับแฟนสาวสมัยอยู่นางาซากิน่ะค่ะ คงเป็นเธอคนนี้ที่มาส่งแปะขึ้นรถไฟมาโตเกียว
และก็เป็นคนที่แปะแต่งเพลงให้ จนถึงวันนี้ก็กว่า 20 ปี แปะยังคงแต่งเพลง "18" ให้เธอเหมือนเดิม
มีคนเคยอ่านเจอมา ดูเหมือนมาชาจะบอกว่าถ้าอยากรู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหนก็ทำได้ (ถามเพื่อนที่นางาซากิ)
แต่ว่าอาแปะก็ไม่ได้ทำ แล้วก็มีข่าวว่า เธอตามแปะมาโตเกียวด้วยในที่สุด แต่ว่าตอนนั้น อย่างที่รู้ๆ กัน
มาชาเองก็กำลังหัวหกก้นขวิด กำลังหาทางของตัวเองอยู่ แปะเลยส่งเธอกลับบ้านไป
แต่ว่านี่ก็เป็นเพียงข่าว 'เขาเล่าว่า' มาอีกทีกันทั้งนั้น
ใน 3939 live จะมีตอนช่วงวิดิโอคลิบที่แสดงโดยนักแสดงของ Amuse เป็นประวัติชีวิตแปะ
ตอนช่วงที่มาโตเกียว และมาเดบิวต์นี่แหล่ะ ฉากที่สถานีรถไฟ ว่ากันว่า อาตี๋น้อยเหมือนอยาก
บอกแฟนว่าให้รอก่อน สักวันหนึ่งอาตี๋น้อยจะกลับมา แต่ลงท้ายแล้วอาตี๋ก็ไม่ได้ทำ
เจ้าของบล็อคจำได้คร่าวๆ จากอ่านสัมภาษณ์ KOH+ เรื่องเพลง Saiai บทสัมภาษณ์นี้อ่าน
จากเว็ปแปล อาจจะคลาดเคลื่อนกับที่เข้าใจก็ได้ ดูเหมือนมาชาจะบอกว่าเพลงนี้เป็นเพลง
ในแง่อุดมคติเอามากๆ เพราะสมัยที่ยังเด็กอยู่ มาชาก็เชื่อเรื่อง "ทำทุกอย่างได้เพื่อเธอ"
เหมือนกัน แต่ว่าเมื่อเติบโตขึ้น ในความเป็นจริงๆ แล้ว ไม่สามารถทำทุกอย่างได้อย่าง
ในเพลงนี้เลย
พูดถึง Saiai วันนี้ภาพจาก PV ที่จะขายพร้อมกับอัลบั้ม ออกข่าวแล้วค่ะ
http://www.oricon.co.jp/news/confidence/67196/full/
พาดหัวประมาณว่า "Kiss scene ในรอบ 6 ปี ของฟุคุยาม่า!" (นอกรอบมินับชิมิ)
เราใช้เว็ปแปลอาจจะไม่ถูกนักนะคะ คร่าวๆ ก็ดูเหมือนว่าปาฏิหาริย์จากการเหลื่อมเวลา
ทำให้มาชากลับมาพบกับคู่รักที่พรากจากกันไปอีกครั้ง (แต่ดูเหมือนว่าคนรักจะเป็นคุณยาย
ไปแล้ว? แต่ถึงอย่างนั้น ความรักก็อยู่เหนือกาลเวลา?)
(ทำไม Saiai เวอร์ชั่น KOH+ PVมันไม่โรแมนติคแบบนี้มั่งฟะ!)
แปะคนเสนอให้ใส่ kiss scene เอง แถมบอกว่า ตื่นเต้นยิ่งกว่า kiss scene ไหนที่เคย
เล่นมาเลย ส่วนคุณยายฝ่ายตรงข้ามก็บอกว่า นึกถึงจูบแรก (lol) (Masha mugen dai.....=_=)
สงสัยแปะซ้อมก่อนเคาะสนิมเลิฟซีนลง Ryomaden (อย่าให้หนูผิดหวังนะลุง) ละครสมัย
ก่อนของแกเลิฟซีนใช่ย่อยทั้งนั้น มา Galileo นี่แหล่ะ ที่น้องโคพ้นไปได้ (lol) แปะยังบอก
ว่า เป็นละครเรื่องแรกที่เล่นแล้วไม่ได้จูบนางเอก (น้องโคทำบุญมาดี) แต่ถ้าถามว่าชอบเลิฟซีน
เรื่องไหนของแปะมากที่สุด เจ้าของบล็อคชอบเรื่อง Perfect love! (เด่วว่างๆ หยิบมาดูอีกทีดีก่า)
แล้วเนื้อเพลง Koufukuron ออกมานิดนึงแล้วนะคะ
Your words are my medicine
Your body warmth, my vitamins
Even when we would change
Even when we would naturally grow old
Even when one day our hearts would stop
As long as you are smiling today, as long as you are happy
That is my theory of happiness
ฟังตัวอย่างเพลงได้ที่นี่
http://www.youtube.com/watch?v=X8RBXhu13wM
อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย อร๊ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
หวานเกินไปแล้น > < 
แต่งให้ภรรยาที่แอบซุกไว้หรือเปล่านิ?


เนื้อเพลงที่เอามาแปะไว้ หวานมากจริง ๆ ด้วย
#1 By nynany (203.159.36.13) on 2009-07-19 19:27