Fukuyama : Interview with MORE magazine (May 2009) 3
posted on 29 Apr 2009 21:08 by molecularkitten in MashaSection
Interview with MORE magazine (May 2009) 3
This is a Thai version of the article translated in English by izumisano-san at Mashaplus-forums Apr 26th, 09
(Registration to be a member is required before you can log in ^^b)
ในตอนท้ายนี้ เราอยากจะถามว่าเขามองญี่ปุ่นและสังคมญี่ปุ่นในปัจจุบันนี้อย่างไร ดูเหมือนว่าเขาไม่เคยใช้คำพูดในการอธิบายความเป็นไปของสิ่งต่างๆ รอบตัวให้เป็นพิเศษมากกว่าที่เราเห็นได้ในบทเพลง ว่าจริงๆ แล้วในใจเขาคิดอย่างไรเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ งานใหม่ล่าสุดของเขาอย่าง 'Michi shirube' (เพลงประกอบรายการ "News Zero") ก็เป็นเพลงหนึ่งที่กล่าวถึงหลักสำคัญอย่าง 'ครอบครัว' และ 'การสืบทอดชีวิต' อย่างตรงไปตรงมา
F: ญี่ปุ่นในปัจจุบันนี้ การตีค่าว่าอะไรคือ 'ความสุข' นั้นเกิดขึ้นได้ในหลายๆ ความหมายที่แตกต่างออกไป ไม่นานมานี้ถ้าเป็นในสังคมบริโภคนิยม คนไหนที่มีเงินใช้จ่ายได้ก็จะถูกคิดว่านั่นเป็นสัญลักษณ์ของความสุขอย่างหนึ่ง ตลอดวันคืนของคนเหล่านั้นเรามักจะได้ยินคำประเภท "ผู้ชนะ" หรือ "คนดัง" ถูกใช้อยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าการหมุนเวียนเงินตรานั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเศรษฐกิจหนึ่ง แต่ทุกวันนี้ สิ่งที่กำลังพูดถึงอยู่นี้กลายเป็นเรื่องที่ถูกหามาได้ด้วยการใช้จ่าย และ ไม่มีอยู่จริงอีกต่อไป
ดังนั้น ถ้าไม่มองเรื่องปากท้องนะครับ อะไรคือสิ่งที่ถูกตีค่าว่าเป็นความสุขสำหรับตัวผมเอง? ผมคิดว่าน่าจะเป็น 'การมีความรักให้กับคนที่อยู่รอบๆ ตัว' คนที่ผมสามารถจะเข้าถึงได้ ทำให้พวกเขาหัวเราะ หรือว่ามีความสุข และเพราะว่างานที่ผมทำมีความแตกต่างกันในตัวเองออกไป คนที่ผมจะสามารถเข้าถึงได้เลยครอบคลุมได้ค่อนข้างกว้างกว่าปกติ ให้คิดก็คงราวๆ ความกว้างของโยโกฮาม่า อารีน่า! (หัวเราะ) และสำหรับผู้อ่านเอง คนที่อยู่รอบๆ ตัวคุณอันดับแรกเลยก็น่าจะเป็น ครอบครัว คนรัก และก็เพื่อน ใช่ไหมครับ? การแสดงความรักและความเอาใจใส่ต่อคนที่อยู่รอบๆ ตัวเราเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ผมแน่ใจว่าทุกคนคงเข้าใจความจริงพื้นฐานอันนี้ และถ้าทุกคนพยายามที่จะทำแบบนี้ เมื่อนั้นโลกของเราก็คงเต็มไปด้วยความร่มเย็นอย่างแท้จริง
และก็เพราะว่าตัวเขาเองยังคงอยู่ผ่านประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไปนี้ ซึ่งทำให้เขาสามารถเอ่ยออกมาได้อย่างทรงพลังว่าเขาได้เรียนรู้อะไรบ้าง
F: พูดให้ชัดๆ เลยก็คือ เป็นเรื่องสำคัญมากที่ผมยังสามารถอุทิศตัวให้กับการทำงานนี้ เหมือนที่ผมพูดไว้ตั้งแต่ต้น สิ่งที่ผมคิดอยู่เสมอก็คือ "วันที่ฐานะการเป็นศิลปินของฟุคุยาม่า มาซาฮารุสิ้นสุดลง" งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ผมไม่สามารถอยู่แบบนี้ได้ตลอดไป ผมเข้าใจเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น และผมคงไม่สามารถทำอะไรได้อีกถ้าวันนั้นมาถึง แต่ตอนนี้ผมได้รับการสนับสนุนจากแฟนๆ และเพราะการสนับสนุนอันนี้ ทำให้ผมยังยืนอยู่ได้ในอุตสาหกรรมนี้ นี่ออกจะแตกต่างจาก 'การมีชีวิตอยู่ และ การตายจากไป' นะครับ เหมือนกับว่าที่ผมอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้ ด้วยเหตุผลเดียวเท่านั้นก็คือแฟนๆ ทุกคน ทุกคนคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมยังสามารถทำงานอยู่ได้มาจนกระทั่งวันนี้
และความรู้สึกนี้เพิ่มอย่างแรงกล้ามากขึ้นในแต่ละปีที่ผ่านไป ดังนั้นไม่ว่าผมกำลังทำอะไร ตราบใดที่เป็นสิ่งที่ผมต้องทำ ผมก็จะทำมันด้วยความรู้สึกของ 'ความปรารถนาแห่งวัยเยาว์' และก็จะพยายามส่งความสุขให้กับทุกๆ คนที่อยู่รอบตัวผม ที่ผมจะสามารถเข้าถึงได้ และนี่ก็น่าจะเป็นพันธะหน้าที่ของผมต่อไป
ตอนนี้ผมอายุ 40 แล้ว และกำลังจะเล่นทัวร์คอนเสิร์ตที่มีผู้ชม 400,000 คน มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของฟุคุยาม่า เพื่อที่จะเข้าถึงหัวใจของคนกว่า 400,000 คนนี้ ผมจึงจำเป็นต้องทำมันด้วยความปรารถนาอันแรงกล้ามากกว่าความปรารถนาทั้งหมดของแฟนๆ และก็เหมือนเช่นเคยที่ผมตั้งใจอยากจะรับความท้าทายอันนี้ขึ้นมาบทเส้นทางด้วยความรู้สึก 'ราวกับว่า นี่เป็นครั้งสุดท้ายของผม'
~ The End ~ MORE magazine - vol.383 2009.05
Chinese translation for part 5 by Midori-san at Yahoo-HK-blog
เพราะว่าตอนท้ายนี้พูดถึงเพลงใหม่อีกเพลงของมาชาก็คือ Michi Shirube ก็เลยขอนำเอาข่าวที่ตอนเพลงนี้ออกอากาศทางรายการเป็นครั้งแรกที่ คุณ ก แปลไว้มาลงนะคะ จะได้เข้าใจถึงบทสัมภาษณ์มากขึ้น เพลงนี้เป็นเพลงประกอบรายการ News Zero แปะเล่นเป็นครั้งแรกในคอนเสิร์ตปีใหม่ที่ผ่านมา และกำลังจะอยู่ในซิงเกิ้ลใหม่ที่จะวางในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ด้วยค่ะ ทัวร์คอนเสิร์ตมาชาก็ใช้คำว่า Michi Shirube (Sign post) นี่ด้วย
เพลงนี้ดูเหมือนว่า คนญี่ปุ่นจะชอบเนื้อหากันมากเลย ดูจากจำนวนคอมเม้นต์ในยูทูปที่เยอะมาก
Michi Shirube (Sign post)
"เพลงใหม่ชื่อ Michi Shirube เป็นเพลงที่แปะแต่งให้เป็น Ending Theme ของรายการ News Zero โดย Theme ของเพลงที่แปะได้รับโจทย์มาจากทางรายการคือ Inochi “ชีวิต” แปะอธิบายว่าในช่วงที่ผ่านมา มีเหตุการณ์สังหารหมู่แบบไม่เลือกบ้างหรือในต่างประเทศก็มีเหตุก่อการร้ายเกิดขึ้น ทำให้แปะเกิดความรู้สึกว่าคนเราให้ความสำคัญกับชีวิตน้อยเหลือเกิน
แปะบอกว่า พักหลังมา ทั้งรูปร่างหน้าตารวมถึงนิสัยคล้ายคุณยายเข้าไปทุกที รู้สึกดีใจมาก แสดงถึงการสืบทอด "ชีวิต" ต่อเนื่องกันมา เป็นเรื่องธรรมดาแท้ๆ แต่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ แล้วก็เลยยึดแนวคิดนี้มาใส่ในเพลง
มาชาเล่าต่ออีกว่ายังจำคำพูดของคุณยายเมื่อ 15 ปีก่อนได้ไม่ลืม ตอนแปะได้ข่าวว่าคุณยายเจ็บขา แล้วก็เลยบอกให้คุณยายพักเสียบ้าง แต่คุณยายบอกว่า “สวนกำลังร้องเรียกอยู่” แล้วไม่ยอมพัก คำพูดของคุณยายกระทบใจของเฮียอย่างแรง ตอนนั้นเป็นช่วงที่แปะกำลังงานยุ่งจัด เหนื่อยทั้งกายและใจ แต่คำพูดของคุณยายทำให้ได้คิด คุณยายคนเดียวต้องทำงานหนัก ต่อสู้กับธรรมชาติ พอเปรียบเทียบกันแล้ว ตัวเองจะเลือกหนทางง่ายๆ สบายได้ไง แปะเลยคิดว่ามีคน(แฟนๆ) รออยู่ เพราะฉะนั้นต้องพยายามจนกว่าจะล้มลงไป
แปะยังพูดถึงคุณยายอีกว่า เป็นคนที่ไม่ใช้ชีวิตแบบฟุ่มเฟือยเลย ความสนุกสนานเพียงอย่างเดียวคือการอ่านหนังสือ เป็นคนที่มีจิตใจดีงาม เพียงแค่คนอื่นมีความสุข ก็พอใจแล้ว แปะเคารพคุณยายมาก คิดว่าเป็นคนที่มีชีวิตยากลำบากมากกว่าคนอื่นเป็นเท่า แต่ก็มีรอยยิ้มอยู่เสมอ ถ้าหากเป็นไปได้ แปะก็อยากจะสืบทอดความบริสุทธิ์ความดีงามเหล่านี้ของคุณยายแม้เพียงสักนิด ไม่อยากจะสูญเสียสิ่งเหล่านี้ไป
สำหรับเพลง Michi Shirube ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นการเรียกร้องให้คนหันมาให้ความสำคัญกับชีวิตแบบโครมคราม แต่พอเพ่งมองมือของตัวเองที่คล้ายคลึงกับมือคุณยายแล้วภาพรอยยิ้มของคุณยายก็จะลอยขึ้นมา มาชาร้องด้วยความรู้สึกว่าอยากจะขอบคุณคุณยาย ต่อการสืบทอด “ชีวิต” และความนับถือต่อวิถีการใช้ชีวิตของคุณยาย แล้วก็บรรยายว่าจะให้ร้องถึงสงครามหรือเหตุการณ์โศกนาฏกรรมทั้งหลาย ก็จะขาดความสมจริงไป สิ่งที่ตัวเองสามารถสื่อความได้น่าจะเป็นความรู้สึกที่มีต่อคนใกล้ตัว สิ่งที่ตัวเองรู้สึกจากเรื่องที่ตัวเองได้พบพานมากกว่า เพลงนี้จะเริ่มเปิดในรายการข่าวตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.ค่ะ"
----------------------------------------------------------------------------
ปล. 1 เอ็นทรี่นี้เกือบแปลไม่ได้แน่ะ เพราะดันไปอ่านแปลรายการวิทยุแปะที่มีแขกรับเชิญเป็นคาเมะเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้เองอ่านแล้วขำกลิ้งเกือบตกเก้าอี้ 5555555555555+ รายการบ้าอะไรเนี่ย อ่านแปลบ้าบออันนั้นแล้วมาแปลอันนี้มันเลยปรับอารมณ์ไม่ทัน lol ถ้าลูลู่มี link ของ Eng translation ตัวเต็มเจ๊ขอหน่อยสิ แค่อ่านจากที่น้องๆ เอามาแปะบ้านเมะ เจ๊ก็จะตายแล้ว
ปล. 2 เจ๊รู้แล้วว่าแปะคุยอะไรกับมะพี กับคาเมะ 55555+ ทู่เรศที่ซู๊ดดดดด