Fukuyama : ANN-Tokyo tower~Childhood III
posted on 28 Mar 2009 17:15 by molecularkitten in MashaSectionTokyo Tower ~Me & My Radio, & sometimes My Mom~ Mother's day
This story was translated from English version by izumisano-san at Mashaplus-forums Mar 12th, 09
(Registration to be a member is required before you can log in ^^b)
(Parts 3 and 4)
6 กุมภาพันธ์ 1969
ในห้องคลอดเล็กๆ ของแผนกสูตินารีเวชศาสตร์ เมืองท่านางาซากิ
สาวสวยผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น โซเฟีย ลอเรน แห่งนางาซากิ
ได้ให้กำเนิดเด็กชายหนึ่งคน
เด็กมีน้ำหนักมากกว่า 4 กิโลกรัม
และทารกตัวโตซึ่งเกิดจากสาวสวยคนนั้น
ได้กลายเป็นนักจัดรายการวิทยุที่มีชื่อเสียงของรายการ All Night Nippon ในอีกหลายปีต่อมา
ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้มานั่งจัดรายการสดออกอากาศในโตเกียวแบบนี้
นั่นคือ มาซาฮารุ ฟุคุยาม่า ผู้มีอายุได้ 0 ขวบ
และนี่คือเรื่องราวสมัยยังเด็กของชายผู้ซึ่งจากบ้านเกิดที่นางาซากิเมื่ออายุได้ 18 ปี และกลายเป็น "สมบัติแห่งวงการวิทยุ" ที่โตเกียว
-----------------------------------------------------
"มาซาฮารุ แม่จะบอกอะไรให้นะ ใครๆก็เรียกแม่ว่าเป็น โซเฟีย ลอเรน (Sophia Loren) แห่ง นางซากิล่ะ
ส่วนพ่อของแก เขาก็เป็นที่รู้จักในนาม มาซาโอะ โคมัตสึ (小松政夫) ของนางาซากิด้วยเหมือนกัน"
แม่ชอบพูดแบบนี้อยู่บ่อยๆ ตั้งแต่ผมยังเล็กๆ
แล้วผมก็คิดไปประสาซื่อแบบเด็กๆ ว่า "โอ้ แม่เราดูเหมือนฝรั่งด้วย!"
และก็เพราะว่าหน้าตาผมเหมือนแม่นี่เอง ตอนที่ยังเล็กๆอยู่ ผมจึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กผู้หญิงอยู่บ่อยครั้ง
การซักรีดเสื้อผ้านั้นเป็นหน้าที่ของผม และก็ทำให้ผมชอบเรื่องการทำความสะอาดมาก
ลองนั่งคิดดูแล้ว ดูเหมือนว่าผมเป็นพวกชอบที่จะทำให้คนอื่น "รู้สึกพออกพอใจ" มาตั้งแต่ตอนเป็นเด็กๆ
ผมชอบแอบล้วงเงินออกจากกล่องรูปแรคคูนสำหรับเก็บตังค์ของพ่อ
แล้วก็เอามาซื้อช่อดอกคาเนชั่นให้แม่ แล้วก็บุหรี่ยี่ห้อเชอร์รี่ซึ่งเป็นยี่ห้อโปรดให้กับพ่อ
อันที่จริงแล้ว มันก็คือการแปรสินทรัพย์ส่งกลับคืนเจ้าของดีๆ นั่นเอง
ถ้าคิดถึงพฤติกรรม "การแนะนำเรื่องต่างๆ" แก่คนทั่วๆไปของผมทุกวันนี้
ซึ่งน่าจะติดเป็นนิสัยมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็กๆ
แต่ความจริงแล้ว กลับเป็นว่า ผมมักจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างมากเสมอถ้าหากว่ามีคนชมหรือว่าให้กำลังใจ
ผมไม่เคยได้รับคำยกย่องชมเชยทั้งจากแม่และก็คนที่อยู่รอบๆ มาก่อนเมื่อตอนเป็นเด็ก
ก็เลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่จัดการความรู้สึกได้ลำบากเอาการ
ทั้งเรื่อง "การถูกชื่นชม" และ "การชมผู้อื่น"
นับได้ว่าเป็นความกรุณาของแม่ ที่ได้ปล่อยให้ผมเติบโตขึ้นมาอย่างเป็นตัวของตัวเองโดยปราศจากอิทธิพลของแม่และคนรอบข้าง
แต่นั่นก็เลยทำให้ผมกลายเป็นคนที่ "รับกำลังใจหรือพูดจาแบบให้กำลังใจ" ไม่ค่อยเป็น
เมื่อเห็นแม่ที่ทำงานไปด้วย ดูแลพวกเราไปด้วย บางครั้งผมก็คิดว่า "แม่ช่างยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้"
ตอนที่พ่อเสีย เรามีแขกมาในงานศพมากกว่าร้อยคน
วันนั้นที่นางาซากิฝนตก
แม่เช็ดรองเท้าของแขกร้อยกว่าคนนั้นไปทีละข้างด้วยผ้าจนสะอาด
ก่อนจะจัดเรียงไว้ที่หน้าประตูทางเข้าอย่างเป็นระเบียบ และยังเสิร์ฟชากับเค้กให้กับแขก
แม่อาจจะไม่เคยสั่งสอนเราด้วยคำพูด แต่ว่าสิ่งที่แม่ทำสอนเราได้มากมายเหลือเกิน
ผมมองดูแม่จากด้านหลัง
สำหรับผมผู้ซึ่ง "รับกำลังใจหรือพูดจาแบบให้กำลังใจ" ไม่ค่อยเป็น
แน่นอนว่าไม่สามารถพูดได้ว่า "พยายามเข้านะครับ แม่" ออกมาได้
และมันก็ยังถูกเก็บไว้อยู่ในใจผมจนกระทั่งวันนี้.....
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้ ไม่ใช่แค่วันแม่เท่านั้น
แต่ในวันเกิดผม วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ผมจะส่งดอกไม้
พร้อมกับแนบการ์ดไปให้แม่ด้วยเสมอ "ขอบคุณครับที่คลอดผมมา"
เพิ่อเป็นการขอบคุณแม่เพียงคนเดียวผู้ซึ่งให้กำเนิดเด็กหนัก 4 กิโลขึ้นมาบนโลกใบนี้
~The End ~
Original story in Japanese language posted on ANN TamaRadi Blog 2007.05.14
Chinese translation by Midori-san at yahoo-hk-blog
Masao Komatsu กับ Sophia Loren ดาราสาวชาวอิตาลีค่ะ
มองไปก็เห็นเค้าแปะเหมือนกันนะ สาวสวยคนนี้ นึกหน้าโอก้าซังออกอยู่ค่ะ
จบจริงๆ แล้วค่ะทีนี้ ปิดโปรเจ็ค Tokyo tower ของแปะแต่เพียงเท่านี้
เพิ่งเหลือบไปเห็นตอนใช้เว็ปแปลว่า Mother's day สงสัยแปะจะเขียนตอน
เหล่านี้มาเพื่อรับวันแม่นี่เอง ปกติรายการวิทยุแปะจะมี topic เกี่ยวกับวันสำคัญ
ของญี่ปุ่นอยู่แล้วน่ะค่ะ อย่างวันคนชรา ก็จะมี topic เกี่ยวกับคนชรา วันเด็กก็ให้เด็กๆ
เขียนเข้ามา อย่างวันเด็กที่ผ่านมา แปะโทรกลับไปหาหนูๆทางบ้านด้วย (รายการ
Talking F.M. วันอาทิตย์นะคะ ไม่ใช่รายการติดเรท ANN) เจอสาวน้อยวัย 10 ขวบ
บอก "หนูชอบมาชานะคะ" เข้าไป อาแปะมาชาแทบเซ็นยกสมบัติให้หนูเลย lol
ส่วน topic ANN นี่ติดเรทอยู่แล้ว เช่น รักต้องห้าม อะไรอย่างเนี้ย ก็ให้คนเขียน
เล่าประสบการณ์กันมา
ตอนแปล entry นี้ค่อนข้างงงๆ เล็กน้อย ว่าแปะต้องการสื่ออะไร แต่พอประมวล
เข้ากับเรื่องที่แกเล่าในรายการวิทยุเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนก็พอเข้าใจค่ะ (มั้ง?)
คนสมัยก่อนดูเหมือนจะไม่ค่อยแสดงความรักกันตรงๆกับลูกหลานเท่าไหร่
ขนบการ กอด หอม ชมเชยกัน มันน่าจะเป็นสิ่งที่พ่อแม่ชาวตะวันตกทำมากกว่า
ชาวตะวันออกน่ะค่ะ ยิ่งคนญี่ปุ่นยุคเก่าๆ เรารู้สึกว่า ไม่ใช่คนที่แสดงความรู้สึก
ออกมาตรงๆเท่าไหร่ (คนไทยเราบ้างก็ 'อย่าชม เดี๋ยวเด็กจะเหลิง' อะไรทำนองนั้น)
เด็กก็เลยรู้สึกประดักประเดิด หากว่าจะต้องทำแบบนั้น แต่ก็อย่างที่แกบอก คือ
มองอีกแง่ ก็นับว่าโชคดีที่พ่อแม่ไม่ได้วางกรอบ หรือบอกบททุกอย่างให้กับลูก
สมัยนี้นะคะ จนบางที เรารู้สึกว่า พ่อแม่ยุ่งกับลูกมากไปหรือเปล่าหว่า วางแผน
ทุกอย่างให้จนบางทีเด็กไม่ได้ตัดสินใจเองเลย ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรียนพิเศษ
ยิ่งเป็นเด็กผู้ชายด้วยแล้ว ยังไงเราก็คิดว่า ความเฉียบขาด ความเป็นตัวของตัวเอง
การตัดสินใจด้วยตัวเองได้ การยืนบนลำแข้งด้วยตัวเองได้ ยังเป็นเรื่องสำคัญอยู่นะคะ
(ต้องขอโทษด้วยค่ะที่เรารู้สึกว่า เด็กผู้ชายเดี๋ยวนี้ เป็นแมงง้องแง้ง ไม่เอาไหนมากกว่า
แต่ก่อนเยอะ เพราะพ่อแม่ประคบประหงมมากไปด้วยหรือเปล่าคะ?) แล้วยิ่งเด็กอย่างแปะ
ท่าทางดื้อรั้นแบบนี้ ^^" การที่โอก้าซังไม่ยุ่มย่ามกับลูกชายมากเกินควรก็คงนับว่า
ถูกนิสัยดีอยู่ แต่มองอีกแง่แปะก็เลยกลายเป็นเหมือน Traditional Japanese Guys ไปนะคะ
คือ มีความคิดแบบว่า 'ผู้ชายเป็นใหญ่' นั่นเอง
ในรายการวิทยุ แปะเล่าเรื่องไปทำงานที่ยุโรปเมื่อต้นเดือน ก.พ. น่ะค่ะ แล้วทีมงานมี
เซอร์ไพรสวันเกิดให้แกที่โรมาเนีย มาชาไปที่นั่นเพราะไปดูงานโครงการ Act against AIDS
หรือ AAA ซึ่งเป็นโปรเจ็คช่วยเหลือเด็กที่พ่อแม่เสียชีวิตจากการติดเชื้อ HIV ของ Amuse
ค่ะ โครงการนี้แปะเข้าร่วมด้วยการเล่นคอนเสิร์ตรณรงค์ + หาเงิน มาตั้งแต่ปี 93 แล้ว
เงินนี้ถูกส่งไปช่วยเด็กกำพร้าแถวโรมาเนีย แปะเคยแวะไปดูเด็กๆในโครงการนี้ตอนปี 96
ที่แกพักงานไป 2 ครั้ง ไปดูว่าเด็กอยู่ยังไง แล้วใช้จ่ายเงินในโครงการไปแบบไหนบ้าง
แล้วก็ไม่ได้ไปดูอีก แกได้ข่าวว่าเด็กบางคนก็เสียชีวิต บางคนก็ยังมีชีวิตอยู่ เรียนหนังสือ หรือ
ทำงานตามปกติ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งตอนนี้โตแล้วกำลังจะหมั้นด้วย แปะไปคราวนี้ก็เลยอยากเจอ
เธอเพื่อจะอวยพรให้ค่ะ เด็กเองก็จำแปะได้ด้วย เพราะว่าเธอมีโอกาสมาญี่ปุ่นบ่อยๆ
ดูคอนเสิร์ตแปะผ่านทางยูทูปด้วย ตอนที่ทานข้าวในร้านอาหารที่โรมาเนีย
ปรากฏว่าคนยกอาหารมาเสิร์ฟแปะจากครัวคือ โอก้าซังของแปะเอง ทีมงานแปะไปลักพาตัว
โอก้าซังมาถึงโรมาเนียให้อยู่กับลูกชายในวันเกิดน่ะค่ะ โอก้าซังเลยขอยืมครัวที่นั่นทำ
Chicken hot pot ให้ลูกชาย แปะตกใจมากที่แม่มา แต่ก็ได้แต่ส่งเสียง 'หือ?'
ไปเท่านั้นเองตอนที่โอก้าซังถามว่า "ตกใจล่ะสิ 55555+" แปะเลยบอกผู้ฟังว่า
คิดว่าแปะคงกอดหม่าม๊าแล้วบอกขอบคุณใช่ไหมล่ะ ผิดถนัด แปะบอกว่าให้กอดทำไม่ได้เลย
เพราะไม่เคยทำมาก่อน (เฮ้ย ทีกอดสาวแปะไม่เคยบอกว่าทำไม่ได้เลยนะ)
เซอร์ไพรสวันเกิดแบบนี้ก็ไม่เคยมีมาก่อนเหมือนกันตั้งแต่ตอนเด็กๆ แกเลยไม่รู้ว่าต้องแสดง
ออกยังไงดี แต่ว่าก็รู้สึกได้ว่าโอก้าซังดีใจ เพียงเท่านั้นแปะก็บอกว่า "I'm really happy,
what she did, I'm really happy. I just don't know how to react, that's all."
(ขนาดเขียนเล่าตอนที่แปลนี้ แกยังเล่าเพิ่มในรายการว่า ไม่เคยบอกใครมาก่อน
แต่ว่าไม่เป็นไรหรอก เพราะแม่คงหลับไปแล้วแหล่ะ lol)
ส่วนเรื่องพับผ้าเนี่ย ตั้งแต่เด็กนี่เอง มิน่า อย่างที่รู้กันว่าแกบ้าสะอาดมากค่ะ
บ้านแกห้ามมีฝุ่น (ขนาดเอานิ้วถูตรวจสอบมาแล้ว) รีโมทยังต้องเรียงก่อนออกบ้านเลย
งานที่แกชอบทำ คือ ซักผ้าค่ะ ซักทุกวัน ไม่ซักไม่ได้ (หนุ่มๆ พิธีกรคนอื่นในราย
การโดโมโตะเกียวได อ้าปากค้างกันไปเลยทีเดียว) แยกผ้าขาวผ้าสีซักเรียบร้อย
ขนาดบทสัมภาษณ์ใน Pati-Pati ปี 1999 ถามว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรห้ามพัง
แกยังตอบว่า 'เครื่องซักผ้า' เลย 5555+ แปะบอกว่าเวลาพับผ้านี่แหล่ะ
ที่แกจะค่อยๆนึกเรื่องแต่งเพลงไป (อ่านตรงนี้ยิ่งฮาเข้าไปใหญ่ ใครก็ได้เอา
ผ้าไปให้แกสักตะกร้านึง อัลบั้มจะได้คลอดไวๆ) อยู่บ้านก็จะเอาไอ้ไม้ที่เวลาถูๆ
แล้วฝุ่นจะดูดติดขึ้นมาถูไปเรื่อยๆตามพื้น (-_-") พอถามเรื่องภรรยา แกเลย
บอกว่า อีตอนเวลาเย็นๆถูห้องไป แดดส่องระเบียง กระทบพื้น อยู่คนเดียว
ก็เหงาเหมือนกัน ตอนนั้นแหล่ะที่อยากแต่งงาน แต่พอวันไหนออกบ้าน (ไปก๊งเหล้า)
อยู่กับเพื่อนฝูง เรื่องแต่งงานก็ไม่นึกเหมือนกันตอนนั้น (=_=)
สรุปว่าก็ยังขออยู่บนคานอย่างนี้ไปก่อนสินะ
Masaharu Fukuyama-Tokyo nimo attanda live 2007.mp3 -
(ขอบคุณ คุณ Chilli สำหรับไฟล์ไลฟ์ค่ะ)


เช็ดรองเท้าร้อยคู่??
โอก้าซัง สุดยอด ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรอเนี่ย น่านับถือจิตใจจริง ๆ
รูปมาช่ะน่ารักดีค่ะ หน้าตาใส่แว่นนี่อย่างเก๋า แต่บนหัวนั่น
#1 By nynany (203.159.36.12) on 2009-03-28 21:47