Fukuyama : ANN-Tokyo tower 6

posted on 17 Mar 2009 03:01 by molecularkitten  in MashaSection

 

Tokyo Tower ~Me & My Radio, & sometimes My Mom~ Chapter 6 

 

This story was translated from English version by izumisano-san at Mashaplus-forums Feb 24th, 09 

(Registration to be a member is required before you can log in ^^b)

 

(Part 1)

 

กลางดึกวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ปี 1992 เวลา 03.00 น.
นักจัดรายการวิทยุหน้าใหม่คนหนึ่งได้แจ้งเกิดในตำนานของรายการวิทยุ "All Night Nippon"

5 ปีผ่านไปในโตเกียวนับตั้งแต่ฤดูร้อนปี 1987
ฟุคุยาม่า มาซาฮารุ ในวัย 23 ปี ผู้กำลังจะเป็นที่รู้จักในฐานะศิลปิน กำลังจะทำให้อีกความฝันหนึ่งเป็นจริงขึ้นมา

และนี่คือเรื่องราวอันน่าสนใจของเด็กหนุ่มอายุ 18 ปี จากบ้านเกิดที่นางาซากิ จนกลายมาเป็น "สมบัติของวงการวิทยุ" ที่โตเกียว ในอีก 20 ปีต่อมา

 

----------------------------------------------------------

 

21 มีนาคม 1993
หลังจากผ่านระยะเวลาการคุมประพฤติ (?) เป็นเวลา 2 ปี เจ้าโง่จอมลามก ผู้จองหองอวดดีคนนี้ ก็สามารถทำให้ความฝันเป็นจริงด้วยซิงเกิ้ลเปิดตัว “Tsuioku no Ame no Naka”
1 เดือนหลังจากนั้น อัลบั้มแรกของผม "Dengon" 「伝言」ก็ตามมา
แล้วก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า!!!
...ซะเมื่อไหร่กันล่ะ อย่างที่คิดไว้ มันวางขายไปแบบไม่ได้รับความสนใจมากนัก

 

สิ่งที่ผมได้รับก็คือ เวลาว่างแบบสุดๆ เพียงแต่ “ใช้” วันคืนให้ผ่านไปเท่านั้น
แน่นอนที่ว่าในยามแบบนี้ ผมย่อมไม่มีจะกินจะใช้

ดังนั้นหลังจากที่เดบิวต์แล้ว ผมก็ยังต้องทำงานพิเศษโดยที่ไม่บอกให้ทางออฟฟิศรู้
ในเวลานั้นผมจึงเป็นแค่ "เจ้าโง่จอมลามก ผู้หลงใหลในปาจิงโกะ แล้วก็ทำงานอยู่ที่โกดังเก็บสินค้าของ Nippon Express ได้เท่านั้นจริงๆ


4 พฤษภาคม 1990 คอนเสิร์ตแรกของผมที่คลับ Egg-man ชินจูกุ
สำหรับผมในตอนนั้นแล้ว เรื่องที่ผมเข้าใจก็คือ "นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ"
แต่ว่าผมมองหาอะไรอยู่ล่ะ? ผมก็ไม่รู้เหมือนกันทั้งๆ ที่บอกไปว่า
"ได้โปรดให้ผมได้ทำในแบบทีอยากทำ"
เพลงของผมขายไม่ได้เลย
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังอยากที่จะมุ่งหน้าต่อไป
ในที่สุดผมที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่มีทั้งความสามารถและไม่มีโชค
จึงตัดสินใจที่จะละทิ้ง "ความทระนง" ของตัวเองออกไปบ้าง

 

"เรากำลังหาคนมาร้องเพลงโฆษณาให้กับ คิคุจิ โมโมโกะซัง (菊池桃子さん) อยู่"
เพลงประกอบโฆษณานี้ไม่ใช่ฝีมือผม แต่ถึงยังงั้นผมก็ตกลงรับงานนี้

 

7 พฤศจิกายน 1990 ซิงเกิ้ลที่ 2   “Access” (「アクセス」)
นี่เป็นเพลงประกอบโฆษณาแรกของผม
ซึ่งนอกจากผมแล้ว ก็ยังมีคนอื่นที่บันทึกเสียงเพลงนี้อีกด้วยเหมือนกัน
แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ ข้อความบรรยายที่ว่า
"คิคุจิ โมโมโกะ ผู้ให้การสนับสนุน ฟุคุยาม่า มาซาฮารุ อย่างเป็นทางการ"
ขึ้นหราอยู่ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ
และเมื่อคิคุจิ โมโมโกะซังที่แสดงในโฆษณาขึ้นมามอบช่อดอกไม้ให้กับผมบนเวทีคอนเสิร์ต
ก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้อยู่ในภาพข่าวในหนังสือพิมพ์กีฬาร่วมกับ "นักแสดงสาวสวยแห่งโตเกียว"

 

Original story in Japanese language posted on ANN TamaRadi Blog 2007.04.17

Chinese translation by Midori-san at yahoo-hk-blog

 

---------------------------------------------------------

 

(Part 2)

 

 

21 กุมภาพันธ์ 1991 ซิงเกิ้ลที่ 3 “Kaze wo Sagashiteru” (「風をさがしてる」 Seeking the Wind)


21 มีนาคม 1991 อัลบั้มที่ 2 "LION"

 

เหมือนก่อนหน้านี้ ซีดีของผมก็ยังขายไม่ได้ตามเดิม
แต่จำนวนผู้ชมในไลฟ์เฮ้าส์กลับค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละเล็กละน้อย
บางครั้งที่มีผู้ชมมากเกินไปทำให้ลูกกรงตรงแผงกั้นด้านหน้าหักงอไปเป็นจำนวนมาก
หรือในฤดูร้อน ผู้ชมบางคนก็เป็นเป็นลมไปเพราะขาดออกซิเจน
และเมื่อผมเห็นการตอบรับที่ท่วมท้นของคอนเสิร์ตในไลฟ์เฮ้าส์แบบนี้
ผมก็เริ่มคิดว่า "ถึงเราจะขายซีดีไม่ได้ แต่การได้เล่นคอนเสิร์ตที่บุโดกัน (武道館) ก็อาจจะไม่ใช่แค่ความฝัน"

 

Image Hosted by ImageShack.us  Ashita ga Aru Kara , TBS drama

 

ดังนั้นเมื่อผมได้รับการติดต่อให้เล่นละคร
ผมจึงได้ปฏิเสธไปว่า "อย่างน้อยๆ ผมก็ขอรอจนกว่าคอนเสิรต์ไลฟ์เฮาส์ของผมจะมีคนมาดูเต็มเสียก่อน"
(โง่) สมกับที่เป็น "เจ้าโง่จอมลามก ผู้หลงใหลในปาจิงโกะ แล้วก็ทำงานอยู่ที่โกดังเก็บสินค้า ของ Nippon Express "
การแสดงในละครโทรทัศน์ครั้งแรกของผมคือละครทางสถานี TBS เรื่อง “Ashita ga Aru Kara” (「あしたがあるから」There is always tomorrow)
การที่ผมเป็นที่รู้จักในฐานะ "นักแสดง" ก่อน "นักร้อง" ทำให้ผมรู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง
แต่คำว่า "นักแสดงขาร็อค" ฟุคุยาม่า มาซาฮารุ นั่นก็ทำให้ผมมีชื่อเสียงในวงกว้างขึ้นมาบ้าง


21 ตุลาคม 1991 ซิงเกิ้ลที่ 4 “WOH WOW/Tada Boku ga Kawatta” (「WOH WOW/ただ僕がかわった」 Only I’ve Changed)


6 พฤศจิกายน 1991 อัลบั้มที่ 3 "BROS"

 

และในวันที่ 10 มกราคม 1992
ผมก็สามารถทำความฝันอีกอย่างหนึ่งสำเร็จได้
ซึ่งก็คือการได้เป็นนักจัดรายการวิทยุของรายการ "All Night Nippon"
โดยผ่านทางการทดสอบคัดเลือก
ผมก็ได้ก้าวไปอีกหนึ่งขั้นเพื่อเข้าสู่การเป็นดีเจของรายการ All Night Nippon จนได้
"ความรู้สึกบรรลุถึงความฝันเป็นแบนนี้นี่เอง...."
ซึ่งเป็นความประทับใจในแบบที่ผมไม่เคยได้รับมาก่อนเลย

 

และการจัดรายการของผมด้วยการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอีโรติคที่ทำให้ผู้ฟังตื่นตะลึง
ทำให้ผมเดินหน้าเข้าสู่เส้นทางไปสู่การเป็น "สมบัติของวงการวิทยุ" ในท้ายที่สุด

และในเดือนเมษายน ผมก็ได้แสดงละครอีกหนึ่งเรื่อง

 

  Ai wa Dou da, TBS drama

เมษายน 1992 ผมแสดงละครเรื่อง "Ai wa Dou da”( 「愛はどうだ」What about love?)" ของสถานีโทรทัศน์ TBS
และปล่อยซิงเกิ้ลเพลงประกอบละคร "Good Night"

 

「Good night」                                        Good Night


作詞・作曲:福山雅治 Music & Lyrics: Fukuyama Masaharu
編曲:松本晃彦   Arrangement: Matsumoto Akihiko

君を大切に思えば思うほど                 The more you mean to me
してあげたいことが増えて                    The more I want to do for you
僕をわかってもらえるように                  So you can understand me more
今度は僕の好きな場所へ連れてくよ     This time I’m going to take you to my favourite place

少しずつでも2人は近づいて行けるように I hope we can get closer, even if it just happens little by little
君のことを話してほしいよ                   I want you to tell me about yourself
まだ知らないことばかりだから               Because there’s so much I don’t know

ただあてもなく  ただ静けさが広がる       The silence just spreads out aimlessly
まだ君のこと  今日もひとりじめできずに  Today, once again, I can’t have you to myself

あの角ハンドル切れば  今夜は…おやすみ At the corner I flip the door handle, and for tonight…it’s goodnight

 

ในตอนนั้นผมรู้สึกขัดเขินเป็นอย่างมาก ถ้าจะต้องเขียนเพลงรัก ก็เลยไม่เคยที่จะเขียนได้เลย
ดังนั้น "Good Night" จึงถือได้ว่าเป็นเพลงรักเพลงแรกที่ผมเขียน
และก็ถือเป็นเพลงแรกสำหรับผมด้วยที่มีคนชมว่า "เป็นเพลงที่ดี!"

 


~ End of Chapter 6 ~

 

Chinese translation by Midori-san at yahoo-hk-blog

 


Good night - 福山雅治

 

 

-------------------------------------------------------------

 

ช่วงนี้แปะเล่าค่อนข้างสั้นค่ะ บทที่ 6 แล้วก็ 7 จะไม่ยาวมาก
เป็นช่วงที่เข้าวงการแล้วทุกคนก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว เลยไม่ต้องเขียนมาก
ละมังคะ ว่ากันด้วยเรื่องที่พูดในบททนี้ก่อน Nippon Express ที่แปะไป
รับจ๊อบงานพิเศษ คุณ ก บอกว่าเป็นบริษัทรับขนย้ายค่ะ แปะคงไปรับจ้าง
ในส่วนที่เป็นโกดังสินค้า ก็แบกๆขนๆตามสไตล์แกแหล่ะค่ะ งานใช้แรงงานพวกนี้
ทำเสร็จแล้วจ่ายค่าจ้างเป็นวันต่อวันไปเลย เหมาะกับพวกร้อนเงินดีค่ะ ใครที่อ่านการ์ตูน
ญี่ปุ่นบ่อยๆ น่าจะเคยเห็นบ้างนะคะที่ตัวละครไปรับจ้างขนย้ายของ งานพวกนี้ที่ญี่ปุ่น
ไม่ได้จำกัดเฉพาะกรรมกรอาชีพ หรือคนงานนะคะ คนทั่วไปก็มารับทำ บางทีเป็นพวก นร.
นศ. ชายตัวโตๆที่ร้อนเงินบ้าง คนที่หางานพิเศษที่ได้เงินเร็วๆ บ้างน่ะค่ะ

 

ส่วนดาราสาว Kikuchi Momoko ของแปะ เป็นดาราไอดอลสาวชื่อดังของยุค 80-90 ค่ะ
เห็นว่ารุ่นราวคราวเดียวกับ คุโด้ ชิสึกะ ภรรยาของท่านป๋าคิมุ (ทาคุยะ คิมูระ) นี่เอง
(เธออายุมากกว่าแปะ 1 ปีค่ะ) ตอนนั้นเธอก็คงกำลังดัง แล้วจริงๆแล้วเธอก็เป็นไอดอล
ที่แปะปลื้มตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ อยู่ด้วยนะคะ เพราะแปะให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร Pati-Pati
ปี 1999 ว่า ไอดอลที่ชอบสมัยอยู่นางาซากิหนึ่งในนั้นก็มี คิคุจิ โมโมโกะด้วยนี่แหล่ะ

สรุปว่า ได้ทำงานให้สาวที่ปลื้มอยู่นี่เอง เลยยอมร้องเพลงให้ง่ายๆ

เล่าเพิ่มอีกนิดก็คือ ตอนที่แปะออกเทปแล้วขายไม่ออกนี่นะคะ แปะเล่าในรายการตามแปะ
ทำงานตอนปี 2005 ว่า ตอนนั้นพวกที่ขายไม่ออกก็มักจะมานั่งกองรวมกัน แล้วก็ปลอบ
ใจกันเองทำนองว่า แค่ได้ทำในสิ่งที่ชอบก็พอแล้ว แต่แปะนี่แหล่ะ ที่บอกว่า
ถ้าจะพูดยังงั้นได้ ก็เอาไว้ให้ขายได้ซะก่อนเถอะ แปะแกเลยตัดสินใจว่าจะใช้การเล่นละคร
เป็นใบเบิกทางให้คนรู้จักค่ะ

ส่วนรายการวิทยุ ANN หรือ All Night Nippon เราขอยกที่เขียนไว้ที่พันติ๊บมาที่นี่แล้ว
กันค่ะ เพราะคิดว่าตัวเองเขียนอธิบายเกี่ยวกับรายการนี้ไว้ที่นั่นได้ดีแล้ว (จริงๆ แล้วคือ
ขี้เกียจเขียนซ้ำนั่นเอง lol)

 

" หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่ารายการนี้เกี่ยวกับอะไร ก็เลยอยากเล่าให้ฟังเล็กน้อยค่ะ มาชาแกจัดรายการวิทยุกึ่ง Talk show มีเปิดเพลงคั่นบ้าง และแต่ละคืนแกจะร้องเพลงเล่นกีต้าร์สดๆ ออกรายการด้วย ฟังดูแล้วอาจจะเหมือนรายการวิทยุทั่วไปที่เอาเซเลบมาเป็นดีเจ

แต่จริงๆแล้ว ก็ไม่ใช่แบบนั้น

รายการนี้มาชาจัดมาก่อนจะเป็นเซเลบ โดยการเข้าไปออดิชั่นตามปกติค่ะ และที่ทำให้อยู่ยั้งยืนยงมาได้ เพราะดันพูดเรื่องที่ชาวบ้านเขาไม่พูดออกอากาศกันในเวลานั้น คือ เรื่องทะลึ่ง -___-"

เรื่องทะลึ่งที่ว่า ก็คือ ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับคนรัก/สามี/ภรรยา แต่ละอาทิตย์จะมี topic ต่างๆ มาดิสคัสพูดคุยกัน แล้วให้ผู้ฟังเมล์มาโหวต หรือแสดงความเห็น มาชาก็จะตอบคำถามผู้ฟังที่เขียนมาบ้าง ถ้าให้นิยามก็คงเหมือนกับ รายการ "ชูรักชูรส" บ้านเราน่ะค่ะ ถึงได้ออกอากาศดึกดื่นแบบนั้น และการที่ได้เรตติ้งดี ความทะลึ่ง นั่นอาจมีส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมดทีเดียว หลายเรื่องที่ได้อ่านจาก blog เป็นปัญหาที่แทบไม่ต่างจาก ห้องสวนลุม ของพันทิพย์เราเลย เรื่องทะลึ่งที่เอาเข้าจริงๆแล้ว มันมีผลมากมายต่อชีวิตรัก แล้วก็ชีวิตคู่ (คนที่สมรสแล้ว คิดว่าอาจจะพอเข้าใจ) ของคนสองคนมานักต่อนักแล้ว

บางเคสเป็นแม่บ้านที่คับข้องใจ ว่าแต่งงานมา 10 ปีแล้ว แต่จับได้ว่าสามีตอนดึกๆแอบลงมาดู AV อยู่คนเดียว นี่เป็นความผิดปกติในชีวิตคู่ หรือว่า เป็นธรรมดาของผู้ชายกัน? มาชาเองก็ตอบไปอย่างใช้ตัวเองเป็นตัวอย่าง ไม่ได้ให้คำตอบที่ถูก หรือ ผิด กับคนถาม แต่ว่าเหมือนเป็นการพูดคุยกันมากกว่า กรณีแม่บ้านท่านนี้ สำหรับแกที่เป็นผู้ชายแล้ว แกก็เล่าว่าตอนนี้แกเองก็ยังชอบดู AV อยู่ เหมือนกับที่ชอบซื้อกีต้าร์ และก็คงจะหยุดซื้อไม่ได้ เพราะฉะนั้น คนที่ชอบอะไรก็จะมักจะยังชอบอยู่แบบนั้น เป็นเรื่องธรรมดา

หรือเคสที่สาวๆ เมล์มาปรึกษาว่า แฟนชอบถ่ายคลิบในมือถือ ควรจะทำอย่างไร แกก็ให้ความเห็นไปว่า ลองต่อรองว่าขอใช้เป็นมือถือของเราเอง หรือกรณีแฟนสาวบ่นว่าแฟนไม่ค่อยใช้เวลาจี๋จ๋าด้วยเลย ทั้งที่ตัวเองก็ชอบเรื่องแบบนี้มาก ควรทำอย่างไร มาชาก็มีความเห็นว่า การที่คนรักใช้เวลาอยู่ร่วมกันนั้น อาจจะไม่จำเป็นต้องไปลงเอยที่เรื่องจี๋จ๋ากันอย่างเดียว แต่ก็ให้คำแนะนำว่า เพื่อความสัมพันธ์อันราบรื่นในชีวิตคู่ อย่างน้อยๆ ก็จัดให้มีเรื่องแบบนี้บ้างสักอาทิตย์ละครั้งก็น่าจะดี

ตัวเราเองอ่านคำตอบเหล่านี้แล้ว มองเห็นซึ่ง "ความประณีประนอม" อยู่ในนั้นค่ะ

นอกจาเรื่องแบบนี้แล้ว บางเคสอ่านแล้วก็ใจหายวูบ กระทั้งมาชากับทีมงานเองก็ทำหน้า ----> o_O?!? คนเขียนมาเล่าเรื่องของตัวเองที่แอบชอบอาจารย์มาตั้งแต่สมัยเรียน จนเดี๋ยวนี้แม้จะแต่งงานไปก็ยังตัดใจไม่ได้ แอบลักลอบคบกัน อาจารย์คนนั้นเองก็มีภรรยาแล้ว

ที่มาชาทำหน้า o_O?!? เพราะเธอรักอาจารย์คนนี้ตั้งแต่อยู่ประถมเลย ในหลาย 10 ปีที่ผ่านมาก็มีทั้งโมเม้นต์ตัดใจ เลิกรา คบคนอื่น แต่ว่าก็ทำไม่ได้ เลยตัดสินใจเดินหน้า ตอนนี้ก็สมหวังแล้ว

มาชากับทีมงานฟังแล้วอึ้งพูดไม่ออก จะไปตัดสินวิจารณ์ชีวิตเธอก็ไม่สมควร และที่เธอมาเล่าก็เหมือนอยากระบายมากกว่า มาชาเลยให้ความเห็นไปว่า ในขณะที่ M ซังรู้สึกว่ามีความสุข แต่บางขณะก็อาจจะรู้สึกทุกข์ใจอยู่ลึกๆบ้างกระมัง

เคสล่าสุด ที่คุณ ก กรุณาแปลให้ฟัง คุณแม่บ้านที่ลักลอบมีความสัมพันธ์กับเด็กหนุ่มรุ่นน้องในที่ทำงานพิเศษ มาชาใช้วิธีปรามแบบชมว่า งานที่ทำเป็นงานที่มีประโยชน์ (งานดูแลคนชรา) การที่ได้มีความสัมพันธ์กับรุ่นน้องคนนี้ก็คงเป็นความรู้สึกที่ดี แต่ว่าขอให้นึกถึงลูกสาวด้วย รอให้เด็กเรียนจนจบมหาวิทยาลัยก่อน ก็น่าจะดี

หลายต่อหลายเรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องทะลึ่งแต่ดันเป็น topic ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง เรื่องจริงๆเหล่านี้ ทำให้คนฟังรู้สึกว่ามีส่วนร่วม เพราะไม่ใช่เรื่องไกลตัวบางอย่างฟังแล้ว ถ้าอยากเก็บไปคิดต่อก็ทำได้ น่าเสียดายเหมือนกันค่ะ ที่ไม่ได้มีรวบรวมไว้แบบเป็นเรื่องราว หรือหาอ่านแปลได้ก็ยากพอดู "

 

 

ให้เม้นท์สำหรับรายการนี้อีกอย่าง จากความเห็นของผู้ฟัง และคอลัมนิสต์ต่างๆ เขาบอกว่า
เสียงและการใช้คำพูดของมาชามีส่วนมาก เสียงทุ้มต่ำๆของแก บวกกับการรู้จักใช้คำพูดได้ดี
ไม่ได้พูดฟังโจ๋งครึ่มแบบตรงไปตรงมา แต่ใช้การเปรียบเทียบแทน ทำให้คนฟังไม่รู้สึกว่า
น่าเกลียดหรือไม่สุภาพน่ะค่ะ บางช่วงของรายการก็อาจจะฮาติดเรทหน่อย (ไม่หน่อยล่ะ มากเลย -_-')
อย่างเคยได้ยินว่า มีการให้แปะทายเสียงหอบนางเอก AV ด้วย โอ๊ววว จอร์จ ของแบบนี้
มันจำกันได้ด้วยรึ?  ล่าสุดแปะเล่ามาว่าไปได้หุ่นยนต์ทำความสะอาดอัตโนมัติมา คือ ตั้งเวลา
ไว้มันก็จะวิ่งทำความสะอาดถูพื้นไปทั่วบ้าน รู้ๆกันอยู่ว่ามาชาเป็นคนบ้าสะอาดมาก บ้านแกห้าม
มีฝุ่นเด็ดขาด -_-! ขนาดคุณคิตามุระ ที่เล่นเป็นรุ่นพี่คุซานางิใน Galileo ยังนินทาแปะ
ถึงตอนที่ไปกินเหล้าด้วยกันที่บ้านแปะว่า ไม่ค่อยมีใครอยากมากินเหล้าที่บ้านฟุคุยาม่าซังหรอก
เพราะกินกันไม่ทันหนำใจเลย พอแปะเห็นจาน ชาม แก้วน้ำ กองเป็นภูเขาเลากาแล้วคุณชาย
เธอจะทนไม่ได้ต้องรีบล้าง รีบเช็ดเก็บเข้าตู้เดี๋ยวนั้น เพื่อนๆ เลยกระเจิงกันหมด lol
พอแปะได้หุ่นยนต์นี่มาก็ติดใจ เพราะก่อนออกไปทำงานตั้งเวลาไว้ พอกลับบ้านมาพื้นก็สะอาด
แล้ว ตอนนี้เลยมี 2 เครื่อง ใช้ที่ห้องนั่งเล่นเครื่อง ห้องนอนเครื่อง แปะก็สบายไม่ต้องออกแรง
ระหว่างที่เจ้านี่ทำงานไป ก็เลยเปิดน้องริโอะดูรอๆ ไป -_-! (และแน่นอนว่าไม่ได้ดูเฉยๆอย่างเดียว)
อย่างนี้ยังกล้าเล่า พ่อแม่พี่น้อง T_T อิชั้นไม่ไหวจะเคลียร์ด้วยแล้ว ถามจริงๆเถอะหญิงยุ่น
ทั้งหลาย อยากแต่งงานกับคนอย่างอีตานี่กันจริงๆงั้นรึ โหวตให้กันจัง อยากแต่งงานด้วยมากที่สุดเนี่ย!
orz   orz   orz 

ปล. ถ้าแผ่นน้องริโอะขายดีแล้วแปะจะได้เปอร์เซ็นต์ไหมหว่า ไปโฆษณาออกวิทยุให้น้องเขาเฉย

สำหรับการแสดงในไลฟ์เฮ้าส์ แบบนี้บ้านเราไม่มี เพราะบ้านเราจะเป็นผับ + มีวงมาเล่น
ให้คนมากินข้าว + ดื่มเหล้าก็ว่ากันไป แต่ที่ญี่ปุ่น ยุโรป หรืออเมริกา จะมีไลฟ์เฮ้าส์ที่เอา
ไว้เล่นไลฟ์ของวงดนตรีต่างๆน่ะค่ะ โดยที่ทางไลฟ์เฮ้าส์ จะเป็นผู้พิจารณาว่าวงไหนเหมาะที่
จะได้ขึ้นเล่น ถึงจะอนุญาติให้เล่นได้ ผู้ชมอยากเข้าไปดูก็จ่ายเงินแล้วถึงเข้าได้ค่ะ เป็นที่ๆเข้าไป
ดูไลฟ์อย่างเดียว หรือบางที่จะมีส่วนที่เป็นบาร์ หรือ ผับอยู่ด้านนอกไว้บริการด้วย แต่ส่วนที่
เล่นไลฟ์ก็ไลฟ์ค่ะ ไม่เกี่ยวกับดื่มกิน วงดนตรีดังๆมากมาย ก็ไต่เต้าเริ่มกันมาจากเล่นไลฟ์ตามไลฟ์เฮ้าส์
แบบนี้แหล่ะ ใครอ่านการ์ตูนดนตรีอย่าง Nana หรือ BECK คงพอนึกภาพออก ตรงด้านหน้าสุด
เขาจะมีแผงกั้นคนดูกับเวทีค่ะ เรียกว่าวงไหนฮอตๆคนก็เบียดเสียดกันอัดกัน จนแผงข้างหน้า
แทบพัง (แต่หน้าสุดก็จะได้อารมณ์การชมไลฟ์มากสุดล่ะ)

ลองดูตามคลิบนี่ก็ได้ แปะเล่นที่คลับ Egg-man ที่แรกที่แกเล่นเดบิวต์คอนเสิร์ตแหล่ะ
คลิบนี่คงกลับไปเล่นครบรอบ 10 ปีให้ตัวเองละมั้ง มันจะอยู่ท้ายแผ่นคอนเสิร์ต Egg ของแกน่ะค่ะ
(จริงๆอยากบอกว่าตกหลุมรักแปะก็เพราะคลิบนี้ 555+ ฟังก์กี้ได้ใจมาก หนูแพ้นักดนตรี lol)

 

 

ส่วนละคร 2 เรื่องนั่นเรายังไม่ได้ดูเลยค่ะ เรื่องแรกรู้สึกว่าแปะจะเล่นเป็นผู้ชายที่หลอกใช้
ผู้หญิงเป็นบันไดนะ (ได้แต่บทดีๆ ทั้งนั้น  ) ส่วนอีกเรื่องที่แต่งเพลง Good Night มีแบบ
ซับ Eng ด้วยค่ะ แปะเล่นเป็นซาลารี่มัง (มนุษย์เงินเดือน) ธรรมด๊าธรรมดา ที่หลงรักลูกสาว
เจ้านาย แปะพูดไว้ตอนปี 1999 บอกว่าเป็นบทที่ตัวเองเล่นแล้วชอบสุดค่ะ ส่วนเพลง Good Night
เราชอบเวอร์ชั่นนี้นะคะ เลยเอามาแปะค่ะ เวอร์ชั่นแรกดั้งเดิมการร้อง + เสียงยังไม่เข้าที่เท่าไหร่
เพลงนี้เป็นเพลงแรกของมาชาที่สามารถเข้า Top 10 ของโอเรกอนชาร์ตได้ค่ะ

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มาตามติด ประวัติมาช่ะ ค่ะ

ในที่สุดก็เข้าสู่วงการเต็มตัวแล้วสินะ สู้ ๆ
เอาใจช่วยอยู่ (ถึงจะเป็นเรื่องในอดีตที่ผ่านมาแล้วก็เถอะ confused smile)

เพลงนี้ ส่วนตัวแล้วชอบเวอร์อคูสติก มากกว่าค่ะ big smile

#1 By nynany (203.159.12.200) on 2009-03-17 23:22

เข้ามาตามอ่านเรื่องของฟุคุยาม่าเหมือนกันค่ะconfused smile
ได้ดูเรื่อง Ai wa Dou Daเหมือนกันค่ะ ดูแบบกรอๆดูเฉพาะตอนที่มี Masha ค่ะ ขำตอนที่พ่อตารู้ความจริงเเล้วเอารองเท้าไล่ตีว่าที่ลูกเขยconfused smile
จะเข้ามาอ่านเรื่อยๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะbig smile

#2 By kikai (58.9.100.113) on 2009-03-18 10:08

Que

#3 By sera (124.157.236.176) on 2009-10-04 09:39

ขอบคุณค่ะ

#4 By โหลดเพลง (124.157.236.176) on 2009-10-06 08:15

Que se ra

#5 By scratch and dent (124.157.236.46) on 2009-11-12 20:07