Fukuyama : ANN-Tokyo tower 5

posted on 14 Mar 2009 10:44 by molecularkitten  in MashaSection

Chapter 5

Tokyo Tower ~Me & My Radio, & sometimes My Mom~

 

This story was translated from English version by izumisano-san at Mashaplus-forums Feb 21th, 09 

(Registration to be a member is required before you can log in ^^b)

 

(Part 1)

 

21 มีนาคม 1990
ช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมดนตรีเริ่มมั่งคั่งเฟื่องฟูไปด้วยวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จ
ซิงเกิ้ลเปิดตัวของนักร้องคนหนึ่งออกวางตลาดอย่างเงียบๆ

“Tsuioku no Ame no Naka” (「追憶の雨の中」)


3 ปีผ่านไป ตั้งแต่เข้ามาโตเกียว ในฤดูร้อนปี 1987
การดิ้นรนต่อสู้ในโตเกียวทำให้เขาเติบโตขึ้นด้วยมุมมองที่หลากหลาย แต่ทว่าความใฝ่ฝันราวกับเด็กชายผู้เยาว์วัยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ศิลปินผู้นั้นคือ ฟุคุยาม่า มาซาฮารุ ในวัย 21 ปี
และนี่คือเรื่องราวอันน่าสนใจของเด็กหนุ่มอายุ 18 ปี จากบ้านเกิดที่นางาซากิ จนกลายมาเป็น "สมบัติของวงการวิทยุ" ที่โตเกียว ในอีก 20 ปีต่อมา

 

--------------------------------------------------------------

 

ตรงข้ามกับความคิดของท่านประธาน Amuse ที่ว่า "นายควรจะสร้างภาพลักษณ์ให้เหมือน ทามิยะ จิโร่" ซิงเกิ้ลเปิดตัวของผมค่อยๆ คืบหน้าไปทีละเล็กละน้อยอย่างเงียบเชียบภายในออฟฟิศ


ทว่า การเปิดตัวของผมก็ช่างแตกต่างไปจากสิ่งที่ผมเคยคิดไว้ว่าอยากทำโดยสิ้นเชิง
ถึงจะฟังดูแล้วโอหังไปบ้าง แต่สำหรับผมที่คิดมาตลอดว่า “วงดนตรีคือการรวมตัวกันของพวกพ้องของผม’”กลายเป็น "วงดนตรีที่รวมตัวกันขึ้นเพื่อผม" นั้น ขัดกับหลักการของผม
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงไม่ขอเป็นส่วนหนึ่งของวง กลับขอร้องเพลงเองเพียงลำพัง

 

ในตอนแรก พูดกันว่าศิลปินใหญ่มีชื่อคนหนึ่งจะรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับอัลบั้มเปิดตัวของผม
แต่เมื่อได้ฟังเพลงที่เตรียมไว้สำหรับผมแล้ว "นี่ไม่ใช่แบบที่เราอยากได้!" 
ถึงผมจะเขียนเพลงที่เป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้สักเพลง แต่ก็เข้าใจอย่างจริงแท้ทีเดียวว่าอะไรคือสิ่งที่ผม "ไม่ต้องการทำ"

 

แล้วนายชอบอะไรล่ะ” ในตอนนั้น ผมอาจจะยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าผมชอบอะไรกันแน่
แต่สิ่งที่ผมแน่ใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดก็คือ "นี่ไม่ใช่อย่างที่เราต้องการ!"

 

เจ้าโง่จอมลามก ผู้จองหองอวดดีคนนี้สร้างปัญหาเป็นอย่างมากให้กับบรรดาคนในออฟฟิศ
แล้วคนที่รับเอาผมเข้าไปอยู่ในการดูแลก็คือ ชิราฮามะซัง (白浜さん) จาก ARB
"ก็ถ้านายพูดแบบนั้น ฟุคุยาม่า ทำไมนายไม่ลองเขียนเพลงของตัวเองแล้วก็เอามาดูกัน"
ฟังดูเหมือนใจดีแล้วก็ไม่บีบบังคับอะไร หากแต่ก็มีนัยที่เคร่งครัดแฝงอยู่
ความจริงแล้ว ชิราฮามะซังเคยทำงานเป็นที่ปรึกษาในสถานพินิจและคุ้มครองเยาวชนมาก่อน
เขาย่อมจัดการกับเด็กหนุ่มจอมลามก จองหองอวดดีแบบผมได้เป็นอย่างดี
และเมื่อผมเอางานที่ตัวเองมั่นใจแล้วให้เขาดู เขาก็บอกว่า
"ไม่เลว ลองมาเรียบเรียงกันดูหน่อยสิ ว่าจะออกมาเป็นยังไง"
ซึ่งสำหรับผมแล้ว เป็นเหมือน "มือช่วยชีวิต" อย่างแท้จริง

 

ในเมื่อเป็นอะไรที่อยู่ในความรับผิดชอบของตัวเอง ผมย่อมไม่สามารถหาข้อแก้ตัวต่างๆได้อีก
"เพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ"....."เพราะที่ผมอยากทำคือแบบนี้"
เพราะเป็นเพลงที่ตัวเองเขียนเอง ข้ออ้างเหล่านี้ย่อมฟังไม่ขึ้น

 

ผมที่เอาแต่พูดอวดดีใส่เพลงที่คนอื่นเขียนให้มาตลอด คราวนี้ ผมกลับต้องเขียนเพลงเพื่อให้คนอื่นยอมรับว่า “ดี” เช่นเดียวกัน และก็ ชิราฮามะซัง นี่เองที่เป็นคนสอนให้ผมรู้จักสิ่งที่เรียกว่า “การแสดงออก” ทั้งในแง่ของความสุขสนุกสนานและความจริงจังให้กับผม

 

ดังนั้นเพื่อที่จะตอบแทนความคาดหวังของชิราฮามะซังที่มีต่อผม ผมจึงพยายามอย่างหนักมาก
แม้กระทั่งตอนที่เขาถามว่า "แน่ใจนะ ว่านายร้องได้ถึงคีย์นั้น"
ด้วยนิสัยไม่ยอมแพ้และความดื้อรั้นของผม
ทำให้ผมฝืนตัวเองและตอบไปว่า "ผมทำได้ครับ ไม่มีปัญหา!"

 

และผมคงเป็นเจ้าโง่จอมลามก ผู้จองหองอวดดีอย่างแท้จริง
เพราะจากการฝืนร้องเพลงที่ไม่อยู่ในช่วงเสียงของตัวเอง
ทำให้ผมมีติ่งเนื้องอกบนเส้นเสียง (Vocal fold polyp) ทั้งที่ยังไม่ได้แม้กระทั่งเปิดตัว

 

ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มต้น ผมก็รู้สึกราวกับว่ามันเกือบจะถึงจุดจบสำหรับผมเสียแล้ว

 

Original story in Japanese language posted on ANN TamaRadi Blog 2007.04.10

Chinese translation by Midori-san at yahoo-hk-blog

 

------------------------------------------------------------------------------

 

 (Part 2)

 

เจ้าโง่จอมลามก เย่อหยิ่งอวดดี ผู้ยืนกรานจะร้องเพลงที่ไม่อยู่ในช่วงเสียงของตัวเอง
ได้รับการวินิจฉัยว่า มีติ่งเนื้องอกบนเส้นเสียง  และจำเป็นต้องไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ทั้งที่ยังไม่ได้แม้กระทั่งเปิดตัวในเวลานั้น
เป็นเวลากว่าสัปดาห์หลังการผ่าตัด ที่ผมสามารถสื่อสารผ่านทางกระดาษและปากกาได้เพียงอย่างเดียว
และต้องใช้เวลามากกว่า 3 เดือน ผมถึงจะสามารถร้องเพลงได้อีกครั้ง
แม้จะเป็นแบบนั้น แม้กระนั้น ความกังวลเรื่องการออกเสียงดัง ๆ ออกมานั้นยากจะลบเลือนไป
ทำให้ผมต้องใช้เวลาเป็นปี กว่าที่จะกลับมาร้องเพลงได้เป็นปกติอีกครั้ง
ทำให้ผมต้องใช้เวลาเป็นปี กว่าที่จะกลับมาร้องเพลงได้เป็นปกติอีกครั้ง

 

"เรานี่ไม่มีโชคเอาซะเลย...."
ผมเอาแต่คิดแบบนั้นตอนที่นอนจ้องเพดานสีขาวอยู่บนเตียง
ทั้งที่ผมได้รับโอกาสให้ "ลองเขียนเพลงดูซิ!"
และค้นพบได้ในที่สุดว่า”อะไรกันแน่ที่ผมอยากทำจริงๆ”

กลับกลายเป็นว่าอย่างเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือนอนพักอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล
ผมรู้สึกว่าทุกสิ่งที่ผมทำไป กลับให้ผลร้ายไปเสียทุกเรื่อง

 

ผมยังคงมีอาการบึ้งตึงอย่างเลวร้ายสุดๆ อยู่ตลอดหลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว
จนถึงขนาดว่าครั้งหนึ่งผมถูกชิราฮามะซังด่าว่า
"เลิกทำตัวเป็นเด็กเหลือขอเอาแต่ใจสักที เจ้าโง่!"

 

อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้อัลบั้มเปิดตัวของผม "Dengon" 「伝言」ที่เสร็จเรียบร้อยแล้วในที่สุดจนได้
แต่ก่อนที่การบันทึกเสียงจะเสร็จสิ้น ทีมงานก็มาพร้อมกับแผนงานใหม่
พวกเขาอยากจะให้ผม "ปล่อยซิงเกิ้ลเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะวางอัลบั้ม และก็ยังไม่มีเพลงที่เหมาะสำหรับการนี้เลย"

 

ดังนั้นผมก็เลยต้องเขียนเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่งอย่างรีบด่วน
และนั่นก็กลายเป็นซิงเกิ้ลแรกของผม “Tsuioku no Ame no Naka” ซึ่งถือเป็น "เพลงเปิดตัว" ด้วย

 

追憶の雨の中                                  Tsuioku no Ame no Naka (Rains of Recollection)
作詞/作曲: 福山雅治   編曲: 白浜久    Music/Lyrics: Fukuyama Masaharu    Arrangement: Shirahama   Hisashi

泣いてる空に  今も浮かびだす               Even now, it shows up in the crying sky
Rainy Day 始まりの風景が                       The scenery of the start of rainy days

ためらいもなく  二人過ごしてた              Without hesitation, we had passed them together
君が  僕を追い越すまでは                   That is, until you passed me by

いつも優しさに責められて                     I was always pressured by your kindness
言葉ひとつで傷つけてた                      And would hurt you with a single word

求めあった日々は  陽炎みたいに          The days we searched for each other are like a heat-wave

駆けぬける雨の中                            But the rain that's overtaking us
君の声もかき消され                          Has drowned out your voice
2人の愛も流されてく                          Washing away even our love
追憶の雨の音                                The sound of the rain of recollection
見つめあったあの時も                        Is washing away
流されてく                                      Even the times when we looked upon each other

English lyrics credit:   lava.net/~raistlin/trans-main.html

 

วันที่ 21 มีนาคม ปี 1990
แล้ววันเปิดตัวของผมก็มาถึง
ผมยังไม่ได้รับแจ้งกำหนดการทำงานใดๆ ในวันนั้นเลย
"วันที่ 21 มีนานี้ เขาจะจัดเซอร์ไพรสปาร์ตี้เปิดตัวให้เราไหมนะ?
บางทีอาจจะได้เป็นแขกรับเชิญในรายการวิทยุ? ไม่สิ อาจจะได้ออกทีวีเลยก็ได้!"
ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก และก็เริ่มตั้งหน้าตั้งตารอคอย

 

และเมื่อผมเดินทางไปที่ออฟฟิศเพื่อที่จะยืนยันตารางงานในวันที่ 3 มีนาคม
คำตอบก็คือ "ว่าง"
ไม่มีแผนงานอะไรสำหรับผมในวันนั้นแม้แต่อย่างเดียวจริงๆ

 

~ End of Chapter 5 ~

 

Original story in Japanese language posted on ANN TamaRadi Blog 2007.04.11

Chinese translation by Midori-san at yahoo-hk-blog

 

 

The debut single "Tsuioku no Ame no Naka (Rains of Recollection)"

ซิงเกิ้ลนี้แปะบอกว่าขายได้เพียง 2,800 แผ่นเท่านั้นค่ะ อีก 3 ปีต่อมาจาก

นั้นแปะถึงได้มีโอกาสแตะล้านแผ่นได้เป็นครั้งแรก

 

 

--------------------------------------------------------------------------------

 

บทนี้ไม่ยาวมาก แต่การแปลรู้สึกว่าชวนงงงัน @_@ ไม่ต่างกับบทที่ 3 ที่ 4
ที่ผ่านมาเลย เลยต้องอาศัยเว็ปแปลช่วยแปลจากต้นฉบับญี่ปุ่นเป็นอังกฤษเพื่อเช็ค
อีกทีค่ะ เดี๋ยวถ้าได้รับการตรวจแล้ว จะกลับมาแก้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมานะคะ

 

สำหรับเดบิวต์ซิงเกิ้ลของแปะ Tsuioku no Ame no Naka นี่ก็เป็นหนึ่งในเพลงแปะ
ที่เราชอบมากค่ะ ปกติแล้วเพลงสมัยก่อนของแปะเราจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เก่าสุด
ที่เรามีในเครื่องคือ LION ปี 1991 ค่ะ ยังไม่ได้ฟังเลย ^^" ช่วงแรกของแปะน่าจะเป็น
ช่วงที่กำลังหาแนวทางของตัวเองอยู่แล้ว ซาวน์ก็จะเป็นของยุคสมัยนั้นๆ ซึ่งเราก็อาจจะยังไม่ชอบ
แต่เราดันชอบ Tsuioku no Ame no Naka นี่แฮะ มันดี ฟังดูเต็มไปด้วยพลังของวัยนั้นจริงๆ
รู้สึกนึกภาพออกว่าเจ้าเด็กอวดดีสมัยโน้นมันเป็นยังไง (แต่ตอนนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีฤิทธิ์ไม่มีเดช
แค่แก่แล้วเลยสุขุมขึ้นเท่านั้นเอง  ) และคงต้องยกความดีความชอบให้ ชิราฮามะซัง คนเรียบเรียง
ด้วย ที่ arrange เพลงออกมาได้ตรงกับบุคลิกเจ้าตัวแบบนี้

 

      ปก DENGON อัลบั้มแรกค่ะ

 

อีกอย่างหนึ่งคือ ดูเหมือนว่ามาชาเองก็รักเพลงนี้มากนะคะ จะกี่คอนเสิร์ตก็เล่นเพลงนี้ตลอด
เท่าที่เห็นในยูทูปที่มีคนมาอัพไว้ ก็มี


ปี 2001 ที่คลับ EGGS (รู้สึกว่าคลับนี้จะเป็นที่เล่นคอนเปิดตัวแปะด้วย) ในคลิบนี้
แปะเล่นเบสโปร่งตัวเบ้อเร่อด้วย นานๆทีจะเห็นมาชาจับเบสบนเวที ถ้าตัวไม่ใหญ่เอาไม่อยู่
นะเนี่ย ตัวเบสมันใหญ่มาก ดูแล้วน่าเจ็บไหล่แทน
ปี 2003 คอนต้อนรับปีใหม  (เอาน้ำราดทีมงานซะงั้น -_-")
ปี 2007 คอนครบรอบ 17 ปีของแปะ 17 nen mono อ้วน กั๊กแดงแทบปริ 555+
ปี 2008 คอนเคาท์ดาวน์ปีใหม่นี่เอง


เอกลักษณ์ของเพลงนี้ในคอนคือ ชูมือขวา กับสาดน้ำ แปะจะแจกน้ำคนดูก็เพลงนี้
แหล่ะ ชูมือขวากันทั้งฮอลล์นี่ ก้นึกว่าดูคอนไมโครอยู่ (เพลงมันก็ออกแนวเดียวกับ
ไมโครนะ ก็มันร่วมสมัยเดียวกันนี่นา LOL)

อีกเรื่องของเพลงนี้ คือ เมื่อวันที่ 6 กุมภาวันเกิดแปะที่ผ่านมานี้อ่ะค่ะ พวกทีมงานของ
Amuse จัดเซอร์ไพรสปาร์ตี้วันเกิดให้แก ที่ว่าเซอร์ไพรส คือ แกเพิ่งลงเครื่องกลับจากยุโรปมา
พวกนี้ก็ลากแกมางานเลย ไม่ทันตั้งตัว รู้สึกว่างานจะจัดที่คลับที่เปิดตัวแกครั้งแรกนี่แหล่ะ
พวกศิลปิน Amuse ก็ไปกันหลายคน ที่ฮา คือ น้องฮารุมะ มิอุระ ที่เล่นเป็นยุกาว่าเซ็นเซตอนเด็กๆ
(น้องสังกัดเดียวกับแปะค่ะ คือ เป็นเด็ก Amuse เหมือนกัน) แต่งตัวเป็นเซ็นเซน้อย แล้วร้องเพลงเดบิวต์
เพลงนี้ของแปะในงานด้วย 5555+ อยากเห็น มีคนแต่งเป็น KOH+ ร้อง Kiss Shite
เลียนแบบแปะกับน้องโคด้วย > < แต่ละคน...เพี้ยนได้โล่ห์

ส่วนนี่ คือ ตัว PV ของเพลงนี้ค่ะ

 

 


คนโพสคือ fumufumu0206 เอาคลิบเก่าๆ สมัยแปะยังละอ่อนมาลงเยอะมาก
แต่ละคลิบจัดเป็น rare items ทั้งนั้นเพราะหายาก เห็นเขียนว่า PV ตัวนี้
แปะหาตังค์มาทำเอง ได้ยินว่าบริษัทไม่มีงบโปรโมทให้ PV ตัวนี้ใช้เงิน
50,000 เยนทำ ก็เลยออกมาแนวงบน้อยแบบนี้ เห็นแต่อาตี๋น้อยมาชาวิ่งไปวิ่งมา
พอย้อนกลับไปอ่านข้างบนแล้วมาดู PV นี้ คงพอนึกภาพชีวิตตี๋น้อยตอนนั้นออกนะคะ

สำหรับ Vocal cord polyp หรือ ติ่งเนื้องอกบนเส้นเสียง ที่แปะเป็นนั้น นักร้องเป็นกัน
หลายคนค่ะ ของไทยล่าสุดก็ ดา เอ็นโดฟินไงคะ ที่มีข่าวว่าเธอขอพักงานไปผ่าตัดสักช่วงหนึ่ง
จริงๆ ก็อันตรายพอสมควรเหมือนกัน เพราะนักร้องบางคนเมื่อผ่าแล้วก็ไม่สามารถกลับมาร้อง
เพลงได้อีกค่ะ ติ่งเนื้อ หรือ ตุ่มเนื้อ นี่เกิดจากการบวม อักเสบ ของเนื้อเยื่อตรงบริเวณ
เส้นเสียงค่ะ การบวม อักเสบของเส้นเสียง เกิดจากการฝืนใช้งานเส้นเสียงมากเกินไป
เช่น การร้องเพลงที่ไม่อยู่ใน range เสียงของตัวเองแบบแปะนี่แหล่ะค่ะ พอบวมอักเสบ
เนื้อเยื้อบริเวณนั้น ก็อาจจะเจริญไปเป็นเนื้อเยื่อที่ผิดปกติได้ คือ เป็นติ่งเนื้อ หรือตุ่มเนื้อ
ทำให้การออกเสียงเปลี่ยนไปค่ะ เป็นแหบมากขึ้น วิธีป้องกัน คือ ต้องศึกษาการร้องเพลง
ให้ถูกวิธีค่ะ และต้องมีเวลาพักเสียงบ้าง ตัวมาชาเองเป็นคนเสียงดีอยู่แล้ว เสียงห้าวๆใหญ่ๆ
เราก็เพิ่งรู้รายละเอียดการป่วยของแกจากที่แกเล่านี่เอง ก่อนหน้านั้นเคยรู้มาจากบางเว็ปว่า
แกป่วยจนเคยผ่าตัดแถวๆ คอ โชคดีว่ากลับมาร้องเพลงได้ แล้วยิ่งนานไปมาชาก็ยิ่งร้อง
เพลงฟังแล้วเพราะมากขึ้นค่ะ เสียงเปลี่ยนตามวัย + วิธีการรร้อง + การใช้งาน แต่เปลี่ยน
ไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แกเองก็รักษาตัวเองดีอยู่ จนถึงขั้นยอมตัดใจเลิกบุหรี่ตอนแถวๆ
ปี 2005-2006 แล้วไปไหนมาไหนก็ระวังรักษาคอเป็นอย่างดีค่ะ แกจะมีผ้าปิดปาก
ปิดจมูกกันเชื้อโรคยี่ห้อหนึ่งที่ใช้อยู่เป็นประจำ ยังเคยเอามาแจกคนฟังทางรายการวิทยุเลย ^^"
เห็นบอกว่าใช้เวลาโดยสารรถสาธารณะ เพื่อกันเชื้อโรค กันติดหวัด เพราะคอแกสำคัญมาก
ขนาดกลับบ้าน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ กลั้วปากกลั้วคอด้วยน้ำยาบ้วนปากเพื่อฆ่าเชื้อโรคทุกวัน

 

พูดถึงเรื่องนี้เราเอาบทสัมภาษณ์แปะตามตัวอักษรญี่ปุ่นมาฝากให้อ่าน
ด้วยเลยดีกว่า เพราะคุณ ก เคยแปลแล้วโพสไว้ที่ forum เก่าหรือเปล่า
ไม่แน่ใจนะคะ พอดีไม่อยากให้หายไปเลยเอามาแปะไว้ที่นี่ด้วย ที่นั่น
ก็ค้นหาอะไรยากด้วย เผื่อแฟนๆแปะที่ตามมาอ่านจากพันติ๊บจะได้อ่านด้วยค่ะ

บทสัมภาษณ์นี้ลงในนิตยสาร WITH เมื่อปลายปีที่แล้วเอง ตอนโปรโมทซิงเกิ้ลล่าสุด
กับหนังกาลิเลโอค่ะ มีภาพแฟชั่นแปะถ่ายคู่กับน้องหมา ก็สัมภาษณ์ตามตัวญี่ปุ่น
แปลโดยคุณ ก ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ m^o^m

บทสัมภาษณ์ Fukuyama Masaharu จากนิตยสาร WITH Nov 2008

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

จุดอ่อน - ผู้หญิงยิ่งอายุมากขึ้น ต่อให้ไม่มีจุดอ่อนแอเลย ก็ควรจะทำเป็นเหมือนมี ยิ่งผู้อ่าน with น่าจะอายุประมาณ 25 ไม่จำเป็นต้องทำให้ดูเก่งไปหมด ผู้ชายทั้งหลายจะได้รู้สึกอยากปกป้อง ช่วยเหลือ ผู้ชายที่บอกว่าชอบผู้หญิงเก่งน่ะ ให้ระวังไว้จะเป็นพวกแมงกะจั๊วะ (ซะงั้น  )

 

เวลาส่วนตัวกับเพื่อนผู้ชาย – สาวๆ อย่าไปมัวกังวลว่าที่แฟนบอกว่าจะไปกับเพื่อนนั่น จริงๆ แล้วจะแอบนอกใจ บางครั้งพวกผู้ชายมีเรื่องที่สามารถคุยกับผู้ชายด้วยกันเองได้เท่านั้น

 

งานพิเศษ – เริ่มจากส่ง นสพ., ส่งของ, ร้านขายไม้, ร้านเหล้า, บาร์เทนเดอร์, บ๋อย, บริการย้ายบ้าน ฯลฯ

 

สิ่งที่ไม่อยากสูญเสีย – สุขภาพ ทั้งของตัวเองและคนใกล้ชิด

 

การเปลี่ยนงาน - ก่อนอื่นต้องรู้จักตัวเองเสียก่อน คนรอบข้างจะว่าไงก็ช่าง ต้องรู้ว่าตัวเองชอบอะไร ตอนแรก ตัวเฮียน่ะสมัยแต่ก่อนอยากเป็น Back band ให้Shoujotai แล้วก็ถูกคนรอบๆ หัวเราะเอา แต่ต้องเผชิญหน้ากับตัวเอง รู้ว่าตัวเองชอบอะไรให้ได้ (Shoujotai วงไอดอลหญิงญี่ปุ่นสมัยก่อนน่ะค่ะ เหมือนสาว สาว สาวละมั้ง)

 

ความสัมพันธ์กับผู้คน - ไม่ยึดตัวเองเป็นหลัก พยายามจะรับฟังความเห็นของคนรอบข้างให้มาก

 

ตอนนอน – หน้าร้อน กางเกงกับเสื้อยืด หน้าหนาว ก็เพิ่มชุดวอร์มเข้าไป

 

Fetish – ผมกับผิวพรรณ คนที่ใช้เวลาดูแลเอาใจใส่ให้ผมกับผิวพรรณสวยเสมอนี่ น่าจะดี

 

อาบน้ำ – ชอบอาบฝักบัว เพราะฉะนั้นจะอาบน้ำเร็ว ประมาณ 15 นาที

 

การแต่งงาน – แน่นอน อยากแต่ง ตั้งแต่ตอนที่ยังสุขภาพดี มีลูกได้นี่แหล่ะ

 

เรื่องที่ติดเป็นนิสัย - อาบน้ำเสร็จทุกครั้ง จะใช้ม๊อบถูพื้นกับข้างผนังให้แห้ง เพราะไม่มั่นใจเครื่องดูดอากาศ

 

คาราโอเกะ – เพลงที่ร้องเป็นเพลงแรกทุกครั้ง man pino G-spot ของวง Southern All Stars (ชื่อเพลงนี่สมกับเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมค่ายกันแท้ๆ )

 

ท่าทาง – ตั้งแต่ก่อนแล้ว ชอบท่าเวลามัดผมของผู้หญิง

 

วิธีคลายเครียด – ถ้าเครียดเรื่องคน คลายเครียดด้วยการออกกำลัง + ดื่มเหล้า ดื่มคนเดียวทั้งที่บ้านหรือไปดื่มที่บาร์ ถ้าเครียดเพราะปัญหาเรื่องงาน ก็ต้องคลายเครียดด้วยการทำงาน

 

Sex – ผู้ชายที่เอาแต่ใจตัวเองเรื่องเซ็กส์ คือคนที่เห็นตัวเองสำคัญที่สุด แล้วก็คงจะเป็นคนที่ไม่ฟังใครด้วย เซ็กส์เป็น communication อย่างหนึ่ง ในทางกลับกัน ผู้ชายที่เก่งเรื่องรับฟังคนอื่น เรื่องเพศก็จะคิดถึงฝ่ายตรงข้ามด้วย สามารถมีเซ็กส์แบบมีความรักอยู่ด้วย [ มาชา - “ตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว ผมพูดอยู่คนเดียวเลย ยังทำปากดีพูดเรื่องให้ฟังคนอื่น”]

 

เวลาที่คิดว่าเหงา – เป็นประจำ [ มาชา - “ไปออนเซ็นด้วยกันไหม”]

 

ความแตกต่างระหว่างคู่รักกับคู่แต่งงาน – เหมือนกัน เน้นแบบสบายใจ สบายใจ สิ่งที่ต้องการจากทั้งความรักจากทั้งการแต่งงาน คือความสบายใจ เฮียไม่ต้องการความสัมพันธ์แบบต่างฝ่ายต่างเป็นแรงกระตุ้นให้ก้าวไปข้างหน้า เอาแบบอยู่ด้วยกันแบบสบายๆ ดีกว่า

 

ของในตู้เย็น – น้ำ กับน้ำผักที่กระป๋องหนึ่งเท่ากับปริมาณผักที่จำเป็นต่อร่างกายใน 1 วัน

 

สัตว์โลกที่ลืมง่าย – ผู้ชายมักจะลืมพวกวันครบรอบต่างๆ เพราะฉะนั้นขอแนะนำให้ (ฝ่ายหญิง) บอกล่วงหน้า ก็จะได้ฉลองกัน ต่อให้เป็นผู้ชาย ก็อยากฉลองวันครบรอบเหมือนกันนะ

 

ความอ่อนเยาว์ –เคล็ดลับของความเยาว์วัยไว้ คือคิดเรื่องที่ชอบ เรื่องสนุกสนานอย่างซื่อๆ ไร้มายา

 

มินิสเกิรต์ – ชอบมินิสเกิรต์มากกว่ายีนส์ เพราะเห็นขา

 

ของที่พกติดตัวทุกวัน – กระเป๋าสตางค์ มือถือ แว่น + Nail Cream

 

เรื่องที่ต้องทำทุกวัน – บ้วนปาก กลั้วคอ กลับถึงบ้านต้องทำทุกครั้ง เป็นมาตรการป้องกันโรคภัย

 

คนที่เรียบร้อย + ero – หญิงในอุดมคติ ภายนอกดูเรียบร้อย แต่เวลาอยู่กับผมก็ต้อง eroi คงเป็นความคาดหวังของผู้ชายทุกยุคทุกสมัย

 

Image Hosted by ImageShack.us

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ปีที่ป๋าเดบิวลูลู่กำลังจะเข้าอนุบาลรึเปล่าน้าembarrassed

#1 By puki on 2009-03-15 00:38

โอ้ ๆ ตอนที่ ๕ มาแล้ว ๆ

ติดตามอ่านอยู่ค่ะ big smile

#2 By nynany (203.159.12.200) on 2009-03-15 03:07

ขายได้ 2800 แผ่นเองเหรอเนี่ย

เป็นคนอื่นอาจท้อไปแล้วก็ได้ ดีนะที่เฮียไม่ท้อ ไม่ถอย big smile

#3 By chilli (124.121.62.106) on 2009-03-23 00:17