มาต่อ แถกดองข้ามชาติ คนที่ 4  

 

ชอบงานของอาจารย์มาตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ
น่าจะสมัย ป.4 ป.5 ที่เริ่มติดคอลัมน์นางในวรรณคดี
ของคุณ มาลัย ที่ลงในหนังสือ กุลสตรี ภาพประกอบในนั้นงามมาก
อ่านดูฝีมือก็เห็นว่าเป็นท่านอาจารย์ จักรพันธุ์ โปษยกฤตท่านนี้นี่เอง
ชอบจนขอให้แม่ซื้อหนังสือเล่มนี้ให้ตอนออกรวมเล่มเลยค่ะ
ซึ่งสมัยนั้นก็นับว่าแพงมาก ประมาณ 150-200 บาท
แต่แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะก็ชอบอ่านด้วย

น่าเขกหัวตัวเองที่เราทำหายไป ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ไหนแล้ว
(มันโดนยืมไปหลายมือมาก T_T) จะซื้อใหม่ เล่มที่พิมพ์ใหม่
ก็ไม่ได้มีภาพของอาจารย์ลงปก กับในเล่มเหมือนที่พิมพ์ครั้งแรกๆ
หน่ะค่ะ ตอนนั้นจำได้เลยว่าปกเป็นรูปกามนิต-วาสิฏฐี

อาจารย์ท่านวาดรูปตัวนางได้งามมากๆ งามหวานแทบหยด
ออกมาจากภาพ เป็นความงามที่ทำให้ลุ่มหลงอย่างอ่อนโยน
ไม่ได้ออกแนวก่อกิเลสตัณหาแต่ประการใด แม้ว่ารูปนั้นจะกึ่งนู้ด
หรือนู้ดไปเลยก็ตาม ^^

 

 

ภาพวาดกามนิต-วาสิฏฐี เมื่อทั้ง 2 มาพบกันอีกครั้งในดินแดน
สุขาวดี เรียกว่าจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง หลังจากตกทุกข์ ได้ยาก
พลัดพราก เคียดแค้นกันสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่

จำได้ว่าภาพนี้แหล่ะค่ะเป็นปกหนังสือ 'นางในวรรณคดี'
เล่มแรกๆที่ตีพิมพ์ขาย

ครั้งแรกที่กามนิตได้เจอนางวาสิฏฐี ก็เป็นตอนที่นางกำลังเดาะคลี
บูชาพระลักษมีเทวีอยู่

'สาวน้อยที่อยู่กลางเวทีมีดวงหน้านวลประหนึ่งแสงจันทร์อ่อน ๆ
รูประหงทรงอรชรหาตำหนิมิได้ ทรงทรามวัยอยู่ทั่วสรรพางค์
จนทำให้ข้าพเจ้าเผลอสติ คิดว่านางคือพระลักษมีเทวีอวตารมา
บังเกิดความยินดีซาบซ่านทันทีที่ได้มาเห็น'

นางผู้มีเนตรดั่งตาทรายก็ยักย้ายท่าทางต่าง ๆ ในเวลาโยนแย่งคลีกัน
ให้เห็นเป็นขวัญตาข้าพเจ้าเป็นเวลาอยู่ช้านาน ครั้นแล้วนางเหล่านั้นก็ถอยออก
คงเหลืออยู่กลางรัตนเวทีแต่นางเดียว...

อยู่กลางรัตน์เวทีและก็อยู่ในกลางดวงใจของข้าพเจ้าด้วย' (ฮริ้วววววว)

 

รูปนี้ไปถามคนที่ห้องสมุดมา ก็ได้ความว่า มาจากวรรณคดีเรื่อง พระลอ
นี่คงเป็นตอนพระลอเธอทรงพระสำราญอยู่กับพระมเหสี
พระนางลักษณาวดี แต่จะสำราญจริงหรือไม่ ลองสังเกตสีหน้า
พระมเหสีดู ท่าทางกินแหนงแคลงพระทัยมาก ก็แน่ล่ะ คนที่รู้แจ้ง
แก่ใจดี ว่าสวามีถวิลหาหญิงอื่นอยู่ ย่อมไม่เป็นสุข

แต่พระนางก็รั้งพระสวามีไม่ได้

สมัยเรียนจำได้ว่าเกลียดเรื่องนี้ชิปป๋งเลยฟะ เกลียดอีตาพระลอ
มากๆ ฮีจะม่อก็ยังเอาไสยศาสตร์มาอ้าง ว่าแล้วบาปกรรมก็ไม่
กระเด็นไปไหนไกล มาเร็วกว่าติดปีก จบแบบโศกนาฏกรรมไปซะงั้น

                                        มีเมียหลวงแล้วก็ต้องมีเมียน้อย  พระเพื่อน-พระแพง

 

ขุนแผน กับ วันทอง
เห็นพี่แผนก่ายหน้าผากแบบนี้ ไม่ทราบว่าเป็นตอนแต่งงานใหม่ๆ
แล้วต้องหมายเรียกเกณฑ์ไปรบเพราะขุนช้างกลั่นแกล้งหรือไม่?

แต่เห็นว่าไปรบก็สำราญดีนี่ ไม่เห็นต้องก่ายหน้าผาก เพราะก็จะได้
กลับมาอีกคน คนที่รออยู่ข้างหลังนี่สิ ตกทุกข์ได้ยากเจียนตาย
กลับมายังโดนด่าว่ามีชู้อีก กรรมแท้ๆ

 

อิเหนา - บุษบา ตอนเสี่ยงเทียน ตอนยอดฮิตอีกตอน
เรื่องนี้เป็นวรรณคดีที่ชอบมาก อ่านแบบกลอนจนจบทั้งเล่ม
สมกับที่ถูกยกให้เป็นที่หนึ่งในด้านวรรณกรรมร้อยกรอง
สำนวนกลอนลื่นไหลสวยงาม อ่านสนุกทั้งเล่ม

อาจารย์วาดพระปฏิมาได้ขลัง อลังการมาก ตามท้องเรื่อง
นี่เป็นวิหารร้างกลางป่า จะว่าร้างก็ไม่เชิง แต่ปีหนึ่งกษัตริย์ดาหา
จึงจะยกพลมาสักการะสักที

อิเหนาตามขบวนเสด็จมาด้วย หลังเสร็จศึกกับท้าวกะหมังกุหนิง
เวลานั้นบุษบามีแต่เรื่องวุ่นวายใจ เพราะอิเหนาทำท่าหวงก้าง
วอแวนางไม่มีหยุด (ไหนบอกว่าไม่เอาตูไงฟะ -*-)
จรกาก็เตรียมจะเป็นเจ้าเข้าเจ้าของตามที่ท้าวดาหาลั่นวาจายกให้
แง่งๆใส่กันอยู่ไม่รู้วาย

องค์มะเดหวี มเหสีฝ่ายซ้ายของท้าวดาหาเห็นว่าลูกเลี้ยง
คือ บุษบาวุ่นวายใจนัก ประสาสาวๆก็พากันไปเสี่ยงทายว่าตกลง
ชั้นจะได้กับใครกันแน่ (กรี๊ดดด หยาบคาย พูดตรงเกินไปแล้น )

วิธีเสี่ยงทายก็คือ เสี่ยงเทียนนี่แหล่ะ ติ๊ต่างมีเทียน 3 เล่มก็แทน
คน 3 คน ใครไม่ใช่คู่แท้ก็ดับไป

อิเหนาแอนด์เดอะแก๊ง รู้เรื่องก็ตามไปด้วย แอบอยู่หลังองค์พระโน่น
แกล้งไล่ค้างคาวจนเทียนจรกาดับ แล้วยังคะนองจนแอบแกล้งพูด
เป็นเสียงพระปฏิมา จนองค์มะเดหวีชักเชื่อเข้าจริงๆว่าพระศักดิ์สิทธิ์
แถมยังเล่นลามไปจน แกล้งกอดยึดตัวนางบุษบาไว้ในความมืด

พอไฟสว่าง องค์มะเดหวีเห็นเป็นอิเหนากอดยึดนางไว้ไม่ปล่อย ก็
โกรธจนหน้าเขียวทีเดียว ว่าไม่เกรงใจผู้หลักผู้ใหญ่ แต่อิเหนาฮีไม่เกรง
แน่ๆ เพราะไม่เคยเกรงใครแต่เล็กแต่น้อยอยู่แล้ว เผลอๆถ้าองค์มะเดหวี
โวยวายมากเข้า ฮีเอาตัวนางบุษบาไปเสียเลยซะงั้น ทำข้าวสารให้เป็น
ข้าวสุกเสีย ผู้ใหญ่ก็ได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กไปเท่านั้น องค์มะเดหวีเลย
เกลี้ยกล่อมว่าจะหาทางช่วยให้ท้าวดาหาคลายโกรธ ผ่อนหนักเป็นเบา
ให้นางบุษบาคืนแก่อิเหนาตามเดิม

อิเหนาจึงถอดธำมะรงค์เป็นคำหมั้นให้นางไว้ตรงนั้น

 


บุษบาเสี่ยงเทียน - อรวี

เพลงวันนี้เลยเป็นเพลง บุษบาเสี่ยงเทียน ซึ่งเราชอบมาก
นี่คือ ความในใจของนางบุษบาตอนเสี่ยงเทียน?
โอ้...ในวรรณคดีนั้น นางบุษบาโกรธเคืองอิเหนาเรื่องถอนหมั้น
จนถึงแก่ไม่มองหน้า เมื่ออิเหนามาวอแวด้วย ก็ยิ่งเคืองเข้าไปใหญ่
กระทั้งวันเสี่ยงเทียนที่อิเหนายึดตัวไว้ไม่ยอมปล่อย นางก็ทั้งหยิก
ทั้งข่วนจนเลือดซิบทีเดียว (แต่ก็ทำอะไรไม่ได้) กระทั่งอิเหนา
ให้แหวนนางก็เอาแต่ร้องไห้เพราะแค้นใจ องค์มะเดหวีต้องรับ
ไว้แทน

แต่ไม่ยักรู้ว่าตอนเสี่ยงเทียน ชีจะแอบอธิษฐานแบบนี้
.
.
.
โบราณว่า ปากไม่ตรงกับใจ มันเป็นเยี่ยงนี้นี่เอง (แอบแรงนะยะหล่อน)

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

นึกถึงสมัยเรียน

เราป่าวยืมหนังสือไปนะ

มีแต่nanaกะparadise kiss
โทรไปไม่รับยุ่งเหรอแกangry smile

#1 By koong (118.172.89.109) on 2009-01-23 01:25

อ๊ะ ชอบเหมือนกันเลยค่ะ สมัยเรียนมหาวิทยาลัยมีงานแสดงภาพของอาจารย์ที่ศิลปากรด้วย ลูลู่อยากไปดูมากเลยแต่ไม่ได้ไป ยังเสียดายอยู่ทุกวันนี้ T ^ T

หนังสือเล่มนี้ลูลู่อยากได้มากเลยค่ะ เคยอ่านตั้งแต่ประถมแต่เด็กประถมไม่มีตังค์ T ^ T เวลาไปร้านหนังสือกะปะป๋าก็ไม่เคยเจอเล่มนี้เลย เศร้าจาย ตอนนี้จะยังมีขายอยู่มั้ยคะเนี่ย

ตอนเด็กๆพี่เตยอ่านสตรีสารป่ะ ตอนเด็กๆลูลู่เก็บตังค์หยอดกระปุกหุ้นกันกับเจ๊เป็นสมาชิกสตรีสารแหล่ะ แบบว่าเมื่อก่อนจะมีเป็นสมาชิกเฉพาะส่วนของเด็กด้วยไม่ตอ้งเป็นทั้งเล่มก็ได้ แล้วอ่านนิทานในนั้น ภาพสวยมากๆเลยค่ะ

ลูลู่ชอบพระลอนะ แต่ไม่ชอบอิเหนาอ่ะ

พูดถึงพระเพื่อนพระแพง พี่เตยเคยอ่าน รักที่ต้องมนตรา ของทมยันตีเปล่าคะ เล่มนั้นลูลู่ก็ชอบ

#2 By puki on 2009-01-23 02:04

ชอบผลงานของอาจารย์ จาก แหล่งเดียวกันเลย นั้นคือ กุลสตรี แสดงว่า อายุไม่ไกลกันมากแน่ๆ

#3 By Glinda The Good on 2009-01-30 02:02

เหมือนกันเลย

#4 By ai (113.53.41.162) on 2009-09-06 21:21