[Tag] โฮกคนดังกันเถอะ:อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต
posted on 22 Jan 2009 01:02 by molecularkitten in Miscellaneousมาต่อ แถกดองข้ามชาติ คนที่ 4
ชอบงานของอาจารย์มาตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ
น่าจะสมัย ป.4 ป.5 ที่เริ่มติดคอลัมน์นางในวรรณคดี
ของคุณ มาลัย ที่ลงในหนังสือ กุลสตรี ภาพประกอบในนั้นงามมาก
อ่านดูฝีมือก็เห็นว่าเป็นท่านอาจารย์ จักรพันธุ์ โปษยกฤตท่านนี้นี่เอง
ชอบจนขอให้แม่ซื้อหนังสือเล่มนี้ให้ตอนออกรวมเล่มเลยค่ะ
ซึ่งสมัยนั้นก็นับว่าแพงมาก ประมาณ 150-200 บาท
แต่แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะก็ชอบอ่านด้วย
น่าเขกหัวตัวเองที่เราทำหายไป ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ไหนแล้ว
(มันโดนยืมไปหลายมือมาก T_T) จะซื้อใหม่ เล่มที่พิมพ์ใหม่
ก็ไม่ได้มีภาพของอาจารย์ลงปก กับในเล่มเหมือนที่พิมพ์ครั้งแรกๆ
หน่ะค่ะ ตอนนั้นจำได้เลยว่าปกเป็นรูปกามนิต-วาสิฏฐี
อาจารย์ท่านวาดรูปตัวนางได้งามมากๆ งามหวานแทบหยด
ออกมาจากภาพ เป็นความงามที่ทำให้ลุ่มหลงอย่างอ่อนโยน
ไม่ได้ออกแนวก่อกิเลสตัณหาแต่ประการใด แม้ว่ารูปนั้นจะกึ่งนู้ด
หรือนู้ดไปเลยก็ตาม ^^
ภาพวาดกามนิต-วาสิฏฐี เมื่อทั้ง 2 มาพบกันอีกครั้งในดินแดน
สุขาวดี เรียกว่าจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง หลังจากตกทุกข์ ได้ยาก
พลัดพราก เคียดแค้นกันสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่
จำได้ว่าภาพนี้แหล่ะค่ะเป็นปกหนังสือ 'นางในวรรณคดี'
เล่มแรกๆที่ตีพิมพ์ขาย
ครั้งแรกที่กามนิตได้เจอนางวาสิฏฐี ก็เป็นตอนที่นางกำลังเดาะคลี
บูชาพระลักษมีเทวีอยู่
'สาวน้อยที่อยู่กลางเวทีมีดวงหน้านวลประหนึ่งแสงจันทร์อ่อน ๆ
รูประหงทรงอรชรหาตำหนิมิได้ ทรงทรามวัยอยู่ทั่วสรรพางค์
จนทำให้ข้าพเจ้าเผลอสติ คิดว่านางคือพระลักษมีเทวีอวตารมา
บังเกิดความยินดีซาบซ่านทันทีที่ได้มาเห็น'
นางผู้มีเนตรดั่งตาทรายก็ยักย้ายท่าทางต่าง ๆ ในเวลาโยนแย่งคลีกัน
ให้เห็นเป็นขวัญตาข้าพเจ้าเป็นเวลาอยู่ช้านาน ครั้นแล้วนางเหล่านั้นก็ถอยออก
คงเหลืออยู่กลางรัตนเวทีแต่นางเดียว...
อยู่กลางรัตน์เวทีและก็อยู่ในกลางดวงใจของข้าพเจ้าด้วย' (ฮริ้วววววว)
รูปนี้ไปถามคนที่ห้องสมุดมา ก็ได้ความว่า มาจากวรรณคดีเรื่อง พระลอ
นี่คงเป็นตอนพระลอเธอทรงพระสำราญอยู่กับพระมเหสี
พระนางลักษณาวดี แต่จะสำราญจริงหรือไม่ ลองสังเกตสีหน้า
พระมเหสีดู ท่าทางกินแหนงแคลงพระทัยมาก ก็แน่ล่ะ คนที่รู้แจ้ง
แก่ใจดี ว่าสวามีถวิลหาหญิงอื่นอยู่ ย่อมไม่เป็นสุข
แต่พระนางก็รั้งพระสวามีไม่ได้
สมัยเรียนจำได้ว่าเกลียดเรื่องนี้ชิปป๋งเลยฟะ เกลียดอีตาพระลอ
มากๆ ฮีจะม่อก็ยังเอาไสยศาสตร์มาอ้าง ว่าแล้วบาปกรรมก็ไม่
กระเด็นไปไหนไกล มาเร็วกว่าติดปีก จบแบบโศกนาฏกรรมไปซะงั้น
มีเมียหลวงแล้วก็ต้องมีเมียน้อย พระเพื่อน-พระแพง
ขุนแผน กับ วันทอง
เห็นพี่แผนก่ายหน้าผากแบบนี้ ไม่ทราบว่าเป็นตอนแต่งงานใหม่ๆ
แล้วต้องหมายเรียกเกณฑ์ไปรบเพราะขุนช้างกลั่นแกล้งหรือไม่?
แต่เห็นว่าไปรบก็สำราญดีนี่ ไม่เห็นต้องก่ายหน้าผาก เพราะก็จะได้
กลับมาอีกคน คนที่รออยู่ข้างหลังนี่สิ ตกทุกข์ได้ยากเจียนตาย
กลับมายังโดนด่าว่ามีชู้อีก กรรมแท้ๆ
อิเหนา - บุษบา ตอนเสี่ยงเทียน ตอนยอดฮิตอีกตอน
เรื่องนี้เป็นวรรณคดีที่ชอบมาก อ่านแบบกลอนจนจบทั้งเล่ม
สมกับที่ถูกยกให้เป็นที่หนึ่งในด้านวรรณกรรมร้อยกรอง
สำนวนกลอนลื่นไหลสวยงาม อ่านสนุกทั้งเล่ม
อาจารย์วาดพระปฏิมาได้ขลัง อลังการมาก ตามท้องเรื่อง
นี่เป็นวิหารร้างกลางป่า จะว่าร้างก็ไม่เชิง แต่ปีหนึ่งกษัตริย์ดาหา
จึงจะยกพลมาสักการะสักที
อิเหนาตามขบวนเสด็จมาด้วย หลังเสร็จศึกกับท้าวกะหมังกุหนิง
เวลานั้นบุษบามีแต่เรื่องวุ่นวายใจ เพราะอิเหนาทำท่าหวงก้าง
วอแวนางไม่มีหยุด (ไหนบอกว่าไม่เอาตูไงฟะ -*-)
จรกาก็เตรียมจะเป็นเจ้าเข้าเจ้าของตามที่ท้าวดาหาลั่นวาจายกให้
แง่งๆใส่กันอยู่ไม่รู้วาย
องค์มะเดหวี มเหสีฝ่ายซ้ายของท้าวดาหาเห็นว่าลูกเลี้ยง
คือ บุษบาวุ่นวายใจนัก ประสาสาวๆก็พากันไปเสี่ยงทายว่าตกลง
ชั้นจะได้กับใครกันแน่ (กรี๊ดดด หยาบคาย พูดตรงเกินไปแล้น
)
วิธีเสี่ยงทายก็คือ เสี่ยงเทียนนี่แหล่ะ ติ๊ต่างมีเทียน 3 เล่มก็แทน
คน 3 คน ใครไม่ใช่คู่แท้ก็ดับไป
อิเหนาแอนด์เดอะแก๊ง รู้เรื่องก็ตามไปด้วย แอบอยู่หลังองค์พระโน่น
แกล้งไล่ค้างคาวจนเทียนจรกาดับ แล้วยังคะนองจนแอบแกล้งพูด
เป็นเสียงพระปฏิมา จนองค์มะเดหวีชักเชื่อเข้าจริงๆว่าพระศักดิ์สิทธิ์
แถมยังเล่นลามไปจน แกล้งกอดยึดตัวนางบุษบาไว้ในความมืด
พอไฟสว่าง องค์มะเดหวีเห็นเป็นอิเหนากอดยึดนางไว้ไม่ปล่อย ก็
โกรธจนหน้าเขียวทีเดียว ว่าไม่เกรงใจผู้หลักผู้ใหญ่ แต่อิเหนาฮีไม่เกรง
แน่ๆ เพราะไม่เคยเกรงใครแต่เล็กแต่น้อยอยู่แล้ว เผลอๆถ้าองค์มะเดหวี
โวยวายมากเข้า ฮีเอาตัวนางบุษบาไปเสียเลยซะงั้น ทำข้าวสารให้เป็น
ข้าวสุกเสีย ผู้ใหญ่ก็ได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กไปเท่านั้น องค์มะเดหวีเลย
เกลี้ยกล่อมว่าจะหาทางช่วยให้ท้าวดาหาคลายโกรธ ผ่อนหนักเป็นเบา
ให้นางบุษบาคืนแก่อิเหนาตามเดิม
อิเหนาจึงถอดธำมะรงค์เป็นคำหมั้นให้นางไว้ตรงนั้น
เพลงวันนี้เลยเป็นเพลง บุษบาเสี่ยงเทียน ซึ่งเราชอบมาก
นี่คือ ความในใจของนางบุษบาตอนเสี่ยงเทียน? 
โอ้...ในวรรณคดีนั้น นางบุษบาโกรธเคืองอิเหนาเรื่องถอนหมั้น
จนถึงแก่ไม่มองหน้า เมื่ออิเหนามาวอแวด้วย ก็ยิ่งเคืองเข้าไปใหญ่
กระทั้งวันเสี่ยงเทียนที่อิเหนายึดตัวไว้ไม่ยอมปล่อย นางก็ทั้งหยิก
ทั้งข่วนจนเลือดซิบทีเดียว (แต่ก็ทำอะไรไม่ได้) กระทั่งอิเหนา
ให้แหวนนางก็เอาแต่ร้องไห้เพราะแค้นใจ องค์มะเดหวีต้องรับ
ไว้แทน
แต่ไม่ยักรู้ว่าตอนเสี่ยงเทียน ชีจะแอบอธิษฐานแบบนี้
.
.
.
โบราณว่า ปากไม่ตรงกับใจ มันเป็นเยี่ยงนี้นี่เอง
(แอบแรงนะยะหล่อน)

เราป่าวยืมหนังสือไปนะ
มีแต่nanaกะparadise kiss
โทรไปไม่รับยุ่งเหรอแก
#1 By koong (118.172.89.109) on 2009-01-23 01:25