My Diary : บันทึกการเดินทางไปนครศรี อิๆ II/จิอากิเซมไปนอกใจเค้าแร้ววว กิ๊ซซซ
posted on 23 Oct 2007 20:34 by molecularkitten in MeMyself
19 ตุลาคม
ตื่นเช้าขึ้นมาหน่อย ลงมาซัดทั้งข้าวต้มกับ breakfast เลย
(ได้สิทธิสองใบ ไอ่ยะไม่กิน อิๆ หวานตู) เพราะไปถึงนู่นยัง
ไม่แน่ว่าจะมีเวลาได้ไปหาอะไรกินหรือเปล่า คนเยอะด้วย...
ไอ่นิ้งล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เพราะมันต้องพูดตอนเช้า เลย
จะเอาสไลด์ไปเตรียมก่อน
ขึ้นรถรอบ 9 โมง วันนี้คนขึ้นมาด้วยเยอะพอสมควร เราฟัง
เพลงแล้วก็ผลอยหลับไปตามฟอร์ม มาสะดุ้งตื่นตอนที่ไอ่ยะ
สะกิดให้ดูทะเล เนื่องจากเมื่อวานมันแอบเคือง ขากลับผ่าน
ทะเลแล้วไม่ได้มอง (จะมองทำไม ไม่เข้าใจ เพราะเดี๋ยวพวกเอ็ง
ก็จะไปเที่ยวที่ที่มันสวยกว่านี้กันอยู่แล้ว ไม่ใช่เรอะ =_=) วันนี้
คลื่นลมปั่นป่วนมาก เพราะฝนตกพรำๆตลอด น้ำทะเลเอ่อ
มาเกือบจะถึงบ้านคนอยู่แล้ว คงเพราะที่ผ่านมานั่นมันไม่ใช่
หาดขาวๆยาวๆสวยๆแบบที่ท่องเที่ยวน่ะ เป็นหาดยังกะตลิ่ง
เอาไว้จอดเรือ ทำประมงมากกว่า แต่ก็เห็นขึ้นป้ายเป็นที่ท่องเที่ยว
อยู่นะ ความจริงหาดสวยกว่านี้ในนครน่ะมี แต่เราไม่ได้ผ่านไปกัน
ทะเลเวลาฝนตกดูน่ากลัว ส่วนเวลาปกติก็เฉยๆ อาจจะเป็นเพราะ
เราเป็นคนไม่ชอบทะเลด้วยมั้ง เลยไม่อะไรกับมันเท่าไร
มาถึงมอในอีกครึ่งชั่วโมงกว่าๆถัดมา ทันฟังคนพูดก่อนหน้าไอ่นิ้ง
พอดี รู้สึกจะเป็นเด็กจุฬามั้ง เราหูผึ่งเล็กน้อยตอนที่เค้าพูดถึงผลการ
inhibit activity ด้วย inhibitor หลายๆชนิด พอดีว่าเรากะลังมองหา ATPase
inhibitor อยู่พอดี จะเอามาใช้ในงานเรา พอคนนั้นพูดเสร็จ เราก็กะจะ
ไปถามเค้าสักหน่อยว่าสั่งซื้อจากไหน บริษัทอะไร ก็ดันเบรกพอดี
เราขี้เกียจทานเบรกเลยนั่งที่เดิมนี่แหล่ะ แอบสะดุ้งเล็กน้อย ไม่นึกว่า
commentator ที่เค้าเชิญมาจะเป็น อ.JS ก็เพ่งตั้งนาน ว่าหน้าคุ้นๆแฮะ
ไอ่นุ๊กเริ่มเกร็ง เพราะส่วนใหญ่ผู้ฟังจะไม่ค่อยถาม commentator เลย
เล่นเองซะเป็นส่วนมาก อ.JS ท่านเป็น professor ผู้มีความสันทัดเป็นอัน
มากทางด้านโปรตีนและเอนไซม์ ไอ่นุ๊กเลยชักเริ่มเกร็ง หลังทานเบรก
แล้วประเดิมด้วยไอ่นิ้งเป็นคนแรกเลย มันออกตัวก่อนเลยว่าขอโทษที่
เตรียมมาเป็นภาษาปะกิด เห่อ เห่อ ไม่ใช่กระแดะ หรือเพิ่งรู้หรอกว่า
ภาษาไทยก็ได้ เพราะที่มาฟังเป็นคนไทยทั้งหมดไง เพียงแต่ที่ปรึกษามัน
เป็นฝาหรั่งน่ะ จะเตรียมเป็นภาษาไทย อาจารย์ก็ฟังไม่รู้เรื่องอีก (ก่อนมา
ยังไงก็ต้องพูดให้อาจารย์ฟังก่อนนิ ถูกผิดยังไงจะได้แก้ไขได้ทัน) ของ
ไอ่นิ้งก็ผ่านไปด้วยดี ไม่มีคำถามไร อ.JS ก็ไม่ได้ถามอะไร เข้าใจว่าเพราะ
คนฟังของมันไม่รู้เรื่อง 5555 งานนิ้งค่อนข้างยากอ่ะ เกี่ยวกับสมบัติทาง
เคมีของ substrate กับ enzyme mutants ทั้งหลายของมัน ในเวลาแค่ 15
นาทีไม่มีทางเข้าใจได้ง่ายๆหรอก เราฟังมาหลายทียังมึนเลย ดีนะมันจบ
วิทยามา ยังมีพวกเบสิคทาง pure chem มากกว่าเราอ่ะ ถ้าเป็นเราได้
โปรเจ็คมันมาทำ คงมึนกว่านี้ล้านเท่า (โดยเฉพาะคนเกือบตก organic
chem อย่างแก 5555)
งานต่อมา คือ....อยากบอกว่า มันคือ ไตรภาคค่ะ พี่น้อง พูดมา 3 คน
เรื่องเดียวกันทั้งนั้น Lord of the Bt toxin ประเดิมด้วย The fellowship
of the BinA , The Cyt2Aa2 Towers จบเอาภาคสุดท้าย Return of the BinA
BinB interaction (=_=) งานมันต่างกันแค่ ทำ mutation ต่างตำแหน่งกัน
ไปมาเท่านั้นเอง เล่านิดหนึ่งเรื่อง Bt toxin คือ มันเป็น toxin ที่สร้างได้
จากแบคทีเรียชนิดหนึ่งอ่ะแล้วที่นี้ก็พบว่า toxin นี้สามารถฆ่าลูกน้ำให้
ตายได้ เลยสนใจศึกษากันใหญ่เลย เพื่อจะนำมาใช้ฆ่าลูกน้ำยุงทั้งหลาย
แทนสารเคมีที่มีพิษก็ศึกษากันมาหลายปีแล้วนะ นานมากๆแล้ว ยังไม่เห็น
จะทำได้จริงในเชิงพาณิชย์เลยสักที เราฟังไปก็นึกไปเงี้ยอ่ะ แล้วแบบว่า
ยังไม่ทันนึกจบเลย อ.JS แกก็ถามขึ้นมาด้วยคำถามเดียวกันนี้แหล่ะ ในที่
ประชุม แกว่าก็เห็นทำมา 20 ปีกันแล้ว ยังไม่เห็นมีการผลิตออกมาใช้ได้จริง
เลย ในแง่นี้คิดว่าจะทำยังไงกันต่อไป?
เอาล่ะสิ 3 สาว ด๊อกเตอร์จากไบโอเทคสอง น้องรุ่งอีกหนึ่ง เลยต้องแท็คทีม
กันโดยมิได้นัดหมาย คุณด๊อกเตอร์จากไบโอเทคบอก ได้ยินว่าทางคณะวิทย์
เคยผลิตออกมาแล้ว แต่ผลเป็นไง? มีขายในท้องตลาดตอนนี้ไหม?......ไม่มีคำ
ตอบจากสวรรค์ (เง้อ...) ส่วนทางน้องรุ่งโดนว่าว่า เมื่อ toxin ของเธอมีฤิทธิ์
ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้ แล้วถ้านำมาใช้จริงจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต
ชนิดอื่นด้วยเหรอ? น้องรุ่งก็ว่าในแง่การเป็นสารฆ่าแมลงอาจจะมีแนวโน้มว่า
ใช้ไม่ได้จริง แต่บางที่ตอนนี้เริ่มศึกษากันแล้วพบว่า Toxin ชนิดนี้มีผลในการฆ่า
เซลล์มะเร็งได้ด้วย จึงน่าสนใจที่จะทำการศึกษาต่อไป....เอาตัวรอดไปได้แบบ
แถกๆนิดหน่อย (ฮา) แต่ท่าทางอ. JS แกก็ยังไม่เห็นประโยชน์แฮะ แต่เราก็
เข้าใจนะ ทำไปเพื่อ?.....นี่คือคำถามที่นักวิจัยต้องตอบต่อสังคมให้ได้ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในตอนนี้ ที่งานวิจัยของไทยมุ่งเป้าหมายไปสู่การใช้งานได้จริงมากขึ้น
ไม่ใช่แค่อยู่ในกระดาษอีกต่อไป
หลังเลิกงานช่วงเช้าก็เป็นพักเที่ยง เรายกขบวนไปกินข้าวที่โรงอาหารมอ.
ข้าวเบ่ยมาก แต่ก็ต้องกิน เพื่อจะออกมาพบว่าคิดผิด (ฮา...) กับข้าวร้านค้าที่มา
ออกบู๊ทอร่อยกว่าอ่ะ ที่สำคัญ....ผ่านซุ็มล้านนา น้ำพริกหนุ่ม หมูทอด ข้าวเหนียว
กรี๊ดดดดดดด กรี๊ดดดดดดด กรี๊ดดดดดดด อีเจ้กับไอ่ยะยืนกรี๊ดๆกันอยู่หน้าร้าน
อยากกิน กรี๊ดดด หนูอยากกิน แต่กินไม่ได้ (T_T) เพราะจะเดินทางกลับวันนี้
กินไปเดี๋ยวได้เรื่อง เลยได้แต่ยืนทำหน้าอาฆาตมาดร้ายอยู่หน้าร้าน (ฮือๆ)
รีบกลับมายืนเฝ้าโปสเตอร์ที่คนดูหรอมแหรมมาก เซ็งจิตมาก คือ เค้าจัดเวลา
ช่วง 12.45-13.30 อ่ะ ซึ่งเป็นช่วงที่คนเค้ากินข้าวกัน แล้วใครจะมาอ่านว้าาา คน
แถมจัดบอร์ดบางบอร์ด ไปอยู่ในหลืบอีก เป็นหลืบทางตันที่คนเค้าไม่เดินด้วย
(หลืบกันดาร?) เห่อ เห่อ เห่อ งานนี้ส่วนโปสเตอร์เน่าสุด พอครบเวลาปุ๊ปเราเลย
เอาโปสเตอร์ออกเลย เพราะต้องกลับให้ทันรถเที่ยว 13.30 ตกลงว่ารอบบ่ายก็
เลยไม่ได้อยู่ฟังนุ๊กกับไอ่ยะพูด กลับถึงโรงแรมประมาณบ่ายสองครึ่ง ก็เก็บของ
เข้ากระเป๋า แล้วก็ปิดม่านนอน ตื่นมาพอดีกับที่ไอ่พวกนั้นกลับมาพอดี เราอาบน้ำ
แต่งตัว แล้วก็ไปกินข้าวที่คาร์ฟู กลับมาโรงแรมก็พบว่า อีกครึ่งชม. บขส. ตูจะออก
แล้วนี่หว่า เลยนั่งมอไซด์หน้าโรงแรมบึ่งไปขนส่ง ทันเวลาเป๊ะๆ เฉียดๆ อิๆ
ส่วนเจ้านุ๊ก เจ้ายะ เจ้าเน็ท น้องแอร์จะลงใต้ไปเที่ยวพงัน กะสมุยกันต่อ ก็เลยนอน
โรงแรมกันอีกคืน ส่วนเราอีก 4 คนกลับกทม. แล้วฮ่ะ ไม่ไหวแร้ว ถึงกทม. หกโมง
เช้าวันรุ่งขึ้นสลบเหมือดไปตามๆกัน
สรุปผลงาน
- ไม่ค่อยได้ไรเลย เปลืองตังค์บัณฑิต 3,500 บาทที่เค้าอุตส่าห์ให้มา -_-"
- ชักอยาก Oral presentation พอทีเหอะหว่ะ โปสเตอร์น่ะ (ขึ้นกับเอ็งกะงานเอ็งอ่ะนะ)
- รู้สึกตัวเองหน้าตากลมกลืนกะชาวใต้มาก มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนผิวคล้ำ
ตาคม หาอาหมวยเจอน้อยมากกก
- ไอ้พวกที่ไปเที่ยวต่อกลับมาแล้ว ได้ข่าวว่าบักโกรกมาก เพราะไปทำดีท็อกซ์(อ้วก)ล้าง
ไส้ล้างพุงกันมาบนเรือ (ได้ topic ให้กรูแดกดันอีกแระ อิๆ)
- พบว่าเราเป็นคนตายด้านกับทะเลโดยสมบูรณ์ และ...ถ้าจะไปเที่ยวที่ไหน ขอหญิง
ไปแบบไฮโซวค่ะ แบ็คแพ็คกับฉิ่งฉับอย่ามาชวนค่ะ หญิงจะเชิดใส่....
###############################################
อนึ่ง...ตอนนี้มีเรื่องให้หญิงรมณ์เสียมากค่ะ หญิงไปนครแค่สองสามวันกลับมา
ก็พบว่า เซมไปนอกใจหญิงอ่ะค่ะ กรี๊ดดดดดดดดดดด หล่อนคือแฟนใหม่ของ
ทามากิซามะ ข่าวลงเมื่อวานนี้เอง แฟนคลับกรี๊ดกันสนั่นบล็อค เอารูปหล่อน
ไปดูกันซะนะคะ
Shimatani Hitomi อายุ 27 (กรี๊ดดดด เท่าชั้น เท่าเฮีย มีเฮเซ่....งานเนี๊ยะ) เป็นดารา
นักร้องสังกัดเดียวกะเฮียอ่ะค่ะ เห็นข่าวว่าคบกันมาได้เดือนหนึ่งแล้ว แต่ปูดอย่าง
เป็นทางการเมื่อวานนี้เอง ข่าวบันเทิงญี่ปุ่นลงกันให้พรึ่บ ชิ....เลิกกินเด็กแล้วก็
ไม่บอก มิน่าละตอนไปเกาหลีนี่ให้สัมภาษณ์ใหญ่เลยนะค้าว่าหญิง 27-28 นี่เป็น
ช่วงวัยฟีโรโมนเปล่งประกายสุดๆ (ตอนปีที่แล้วที่คบยัยป๋องอยู่ ก็บอกว่าชอบ
หน้าตาแบบฝรั่ง เห่อ เห่อ เห่อ ตรงไปตรงมาจริ๊งงงง พ่อคู๊ณณณณ) ตกลงว่าตอน
นี้น้องป๋องแกคงตกกระป๋องไปสมชื่อแล้วอ่ะค่ะ (งั้นเรื่องจินกับโรซ่าก็คงมีมูลอ่ะ
นะลูลู่) เชื่อแล้วว่าเฮียว่องจริงๆเรื่องนี้ เพราะเฮียเคยให้สัมภาษณ์ว่า ปกติถ้าเลิก
กับใครเดี๋ยวก็จะมีคนใหม่แล้ว ไม่ได้มีเวลาเสียใจนานอะไรทำนองนั้น....(แต่เรา
ว่าผู้ชายส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบนี้นะ หรือว่าไม่จริง?)
แต่เอาเป็นว่าตอนนี้หญิงเคืองเฮียนะคะ ชริ...ชริ....อยากให้หญิงหายโกรธ เฮียต้อง
ยอมแต่งคอสเพลย์ผ้ากันเปื้อน 100 แบบให้หญิงถ่ายคลิบออกขายนะคะ (----> เข้า
โหมดโรคจิต) แล้วก็กลับมาเป็นจิอากิเซมไปอย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยหน้าตาผ่องๆ หุ่น
เฟริ์มๆ นะคะตอนนี้ผอมมากหญิงรับไม่ได้.....
ไปล่ะคะ จะหายไปสักสองสามวันนะคะ (งอนสักสองสามวันนี่น่าจะพอดีๆนะคะ)
(ว่าแล้วก็เดินจากออกไปอย่างสตรีผู้สูงศักดิ์ และทรนงองอาจ ชิ...ชิ...เชิด...เชิด)
ปล. จริงๆแล้วงานท่วมตรูดมากค่ะ ขอตัวไปสะสางเฮีย...เอ๊ย....งานแป๊ปนึง

ช่างเถอะ
(น้องป๋องนี่คือโรซา คาโต้ ใช่มั้ยคะ? แล้วทำไมเรียกว่าน้องป๋องเหรอคะ?)
#1 By Aijou~ on 2007-10-23 21:27